สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด
Hot News

ปฏิทินท่องเที่ยว

ปฏิทินกีฬา
 
« มิถุนายน 2560 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด
มัลติมีเดีย
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวด้านท่องเที่ยว ข่าวด้านกีฬา
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว  
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง  
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
กู่กาสิงห์

(จำนวนคนอ่าน2792คน)
 

กู่กาสิงห์

ที่ตั้ง

          บ้านกู่กาสิงห์ ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเสียวใหญ่ ของทุ่งกุลาร้องไห้ ในเขตปกครองตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติความเป็นมา

          บริเวณที่ตั้งบ้านกู่กาสิงห์ในปัจจุบัน เดิมเป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ต่อเนื่องมาถึงสมัยประวัติศาสตร์ในสมัยวัฒนธรรมเขมร ดังปรากฎภาชนะดินเผาในพิธีกรรมการฝังศพครั้งที่ ๒ และโบราณสถานขอม กู่กาสิงห์ กู่โพนวิจและกู่โพนระฆัง (กู่ มีความหมายเดียวกับ ปราสาท) ตั้งอยู่ในชุมชนเดิมบริเวณทำเลที่ตั้งชุมชนเป็นป่ารกทึบไม่มีคนอยู่อาศัย บริเวณปรางค์กู่เป็นป่าไผ่ปกคลุมไปด้วยป่าไผ่ บ้างก็ว่าในบางฤดูกาลจะมีนายพรานมาสร้างที่พักดักยิงสัตว์ หรือเป็นที่หลบซ่อนของโจรผู้ร้ายที่มาจากเขตแดนจังหวัดสุรินทร์
          คุณพ่อสอน นามเขต กล่าวว่า เดิมชาวบ้านกู่กาสิงห์เป็นชาวเมืองสุวรรณภูมิ อาศัยอยู่ที่บ้านเหม่า ต่อมาได้พากันอพยพไปตั้งเมืองจตุรพักตรพิมานกับขุพรมพิทักษ์ ภายหลังเป็นพระธาดาอำนวยเดช (ต้นสกุลสุวรรณธาดา) อยี่เมืองจตุรพักตรพิมานได้ ๗-๘ ปี เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๖ พ่อใหญ่ตาแสงลือ (ต้นสกุลศรีกู่กา) พ่อใหไญ่พระจันทร์ (ต้นสกุลศรีเที่ยว) พ่อใหญ่เพียราช (ต้นสกุลอุปวงษา) และพ่อใหญ่สักขา (ต้นสกุลบัวเบิก ภายหลังท่านนี้เดินทางกลับไปอยู่ที่เมืองจัตุรพักตรพิมานเช่นเดิม) ได้พากันอพยพย้อนกลับมาตั้งภูมิลำเนาที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ณ บริเวณคุ้มน้อย(หมู่ที่ ๓) ในปัจจุบัน โดยอ้างว่าได้รับการกดขี่ข่มเหงจากเจ้านายที่ปกครองไม่เป็นธรรม และได้ยึดถือเอาซื่อโบราณสถานขอมซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน เป็นชื่อที่เป็นมงคลนาม ว่า บ้านกู่กาสิงห์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
          หลังจากนั้นชาวเมืองสุวรรณภูมิ เมื่อทราบว่าคนที่รู้จักมักคุ้นกันมาแต่เดิมได้อพยพตามเข้ามาอยู่อาศัยที่คุ้มน้อยด้วย เนื่องจากว่าเป็นถิ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีครัวเรือนหนาแน่นขึ้นกลุ่มคนที่มาจากเมืองจตุรพักตรพิมานจึงย้ายไปอยู่คุ้มหนองกกหรือคุ้มใหญ่ (หมู่ที่ ๒) ส่วนกลุ่มมาจากบ้านจานทุ่ง บ้านดงมัน ตำบลสิงห์โคก อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่คุ้มตะวันตก ซึ่งเดิมทีเป็นที่โล่งไม่มีต้นไม้ เป็นที่เลี้ยงวัวควายของชาวบ้าน โดยภาพรวมเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ส่วนที่มาจากชาวบ้านจานเป็นชาวไทยโคราช เรียกว่าไทยเบิ้งด้วยชาวไทยเบิ่งมีภาษาสำเนียงพูดเป็นเอกลักษณ์ คนทั่วไปจึงเรียกคุ้มตะวันตกว่าคุ้มบ้านจานเดิมบ้านกู่กาสิงห์ขึ้นกับเขตปกครองของตำบลหนองแวง ตำบลเมืองบัวตามลำดับ จนกระทั่งปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ แยกตั้งเป็นตำบลกู่กาสิงห์ มีนายบ่มศักดิ์ กลบรัตน์ เป็นกำนันคนแรก ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ ยกฐานะการปกครองเป็นเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ มีพื้นที่ปกครอง ๘.๓ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม ๕ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกู่กาสิงห์ หมู่ที่ ๑ บ้านกู่น้อย หมู่ที่ ๓ บ้านหนองเมืองแสน หมู่ที่ ๒ บ้านหนองสิม หมู่ที่ ๙ ตั้งเป็นกลุ่มบ้านอยู่ด้วยกัน ส่วนบ้านหนองอีดำ หมู่ที่ ๔ ตั้งอยู่ต่างหากห่างไปประมาณ ๕๐๐ เมตร ปัจจุบันมีทั้งสิ้น ๑,๓๔๘ ครัวเรือนประชากร ๕,๕๓๗ คน
          ในด้านการท่องเที่ยวปลายปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ กรมศิลปากรเข้าไปขุดบูรณะกู่กาสิงห์ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ ทางราชการจัดงานเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรในทุ่งกุลาร้องไห้ ชื่องาน "กินข้าวทุ่งฯ นุ่งผ้าไหม” ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ คณะนักวิจัยได้รับงบประมาณจัดทำการวิจัยท้องถิ่น เรื่องการศึกษารูปแบบกิจกรรมและการจัดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เหมาะสมศักยภาพชุมชน เมื่องานวิจัยเสร็จสิ้นได้ตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นเจ้าภาพจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ จังหวัดร้อยเอ็ดได้เข้าไปเปิดแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง
 
สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด