สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด
Hot News

นายเทวัญ  ถนอมพันธ์
ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด

ปฏิทินท่องเที่ยว

ปฏิทินกีฬา
 
« พฤษภาคม 2561 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
   1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด
มัลติมีเดีย
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
    1     2  
ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวด้านท่องเที่ยว ข่าวด้านกีฬา
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว  
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง  
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
วัดบึงพลาญชัย

(จำนวนคนอ่าน3150คน)
 

วัดบึงพลาญชัย

                                                                                                                                                            

 
 

          จังหวัดร้อยเอ็ด หรือนามเดิมสาเกตนคร เป็นเมืองที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณมีวัดวาอารามน้อยใหญ่อยู่มากมาย วัดบึงพลาญชัยเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ถนนประชาธรรมรักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด มีเนื้อที่ ๑๐ ไร่เศษ เป็นศูนย์อบรมศึกษาของพระธรรมกถึกภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง ๑๙ จังหวัด มีพระภิกษุและสามเณรจำพรรษาประมาณ ๑๓๐ รูป ความเก่าแก่ของวัดเนิ่นนานมากว่า ๑,๐๐๐ ปี มีหลักฐานปรากฏ คือ มีเสมาหินทรายสมัยทวารวดีที่รายรอบพระอุโบสถ

          เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาวัดบึงพลาญชัยก็กลายเป็นวัดร้าง จนกระทั่งในปี พุทธศักราช ๒๓๑๘ พระยาขัตติยะวงศาเจ้าเมืองร้อยเอ็ด ได้นำไพร่พลมาหักร้างถางโพง สถาปนาวัดขึ้นใหม่เรียกว่า วัดบึงพลาญชัย หรือ วัดบึง มีสัญลักษณ์ที่สะดุดตาคือบึงน้ำใหญ่หน้าวัด และได้กลายเป็นนามของวัด ด้วยสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่ฉลองชัยชนะและประกอบพระราชพิธีถึงน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง

         กาลเวลาผ่านไปกว่า ๑๐๐ ปี จนถึงปีพุทธศักราช ๒๔๖๔ วัดมีความทรุดโทรมลงถึงที่สุด มหาเสวกโทพระยารณชัยชาญยุทธ สมุหเทศาพิบาลผู้ว่าราชการมณฑลร้อยเอ็ด จึงได้อาราธนาพระครูวินัยธร จากวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานครมาเป็นเจ้าอาวาสได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นพระอุโบสถก่อนพระอุโบสถหลังปัจจุบัน วัดบึงพลาญชัยจึงได้แปรสถานะเป็นวัดธรรมยุทธนับแต่นั้นเป็นต้นมา จากถนนใหญ่ผ่านถนนเข้าสู่ซุ้มประตูวัด มีทางเดินหรือฉนวนตรงเข้าสู่ลานพระอุโบสถ สองฝั่งกำแพงฉนวนแต่งลายด้วยนาคเจ็ดเศียรกระหวัดหางเกี่ยวกัน
 
                                                                                                                             
 
 

          ด้านขวาของพระอุโบสถเป็นหอผ้าไตรนิ่งเมืองเป็นอาคารขนาดย่อมสูง ๔ ชั้น ตั้งอยู่กลางสระน้ำ สร้างครอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะมีน้ำผุดขึ้นเต็มบ่อตลอดเวลาเป็นที่น่าอัศจรรย์ ชั้นสองเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ชั้นสามประดิษฐานพระชัยมงคล ๙ องค์ ซึ่งสร้างด้วยวัสดุแตกต่างกัน คือ ทอง นาค สัมฤทธิ์ เงิน งาช้าง หน่อแรด หยกแก้วและแก่นจันทน์ ชั้นสี่เป็นชั้นบนสุดประดิษฐานพระไตรปิฎก พระแก้ว และพระบรมสารีริกธาตุ ถัดมาเป็นหอระฆังซึ่งอยู่ด้านหน้าของหมู่กุฏิอันเป็นเขตสังฆาวาส มีถนนซอยทะลุไปยังบ้านเรือนร้านค้า ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ เกิดพายุใหย่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรง

          พระอุโบสถซึ่งสร้างไว้กว่า ๖๐ ปีได้ถูกพายุพัดพังทะลายลงเป็นเศษอิฐซากปูน ไม่อาจทำการบูรณะได้ทางวัดจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นใหม่ ใช้เวลานานร่วม ๒๐ ปี โดยสร้างในพื้นที่เดิมแต่มีขนาดใหญ่แข็งแรงมั่นคง มีความกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๒ เมตร แล้วเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ พระอุโบสถเป็นอาคารทรงไทย หลังคาซ้อน ๓ ชั้น ลด ๓ ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ นาคสะดุ้ง เหนือหลังคาชั้นที่ ๒ และชั้นบนสุด ตกแต่งเป็นหน้าบรรณขนาดเล็ก ๙ หลัง แต่ละหน้าบรรณมีตราธรรมจักรและมงกุฎ ด้านบนสุดของหลังคาเป็นยอดเจดีย์

          ภายในพระอุโบสถผนังฉาบปูนเรียบ เพดานทาสีแดงประดับไฟช่อ บานประตูแกะสลักเป็นลายพระพุทธรูป บานหน้าต่างด้านขวาพระประทานแกะเรื่องพุทธประวัติ บานด้านซ้ายพระประธานแกะเรื่องพระเวสสันดร อันเป็นมหาชาติชาดกซึ่งเป็นที่นิยม

          เบื้องหน้าพระประธานเรียงรายด้วยเสาขนาดใหญ่โดดเด่นสะดุดตา ทั้งงดงามด้วยการประดับตกแต่งด้วยลายธรรมจักรและดวงแก้ว บนพื้นสีที่แตกต่างกัน พระประธานในพระอุโบสถมี ๓ องค์ เคียงข้างทุกองค์ด้วยพระมหาโมคคัลลานะ พระสารีบุตร องค์บนสุดปางมารวิชัย ถัดลงมาปางสมาธิ(Meditation) องค์หน้าสุดเป็นพระพุทธชินราชจำลอง ทุกเช้าเย็นผู้คนในละแวกใกล้วัดจะได้พบเห็นได้ยินพระภิกษุทั้งวัดสวดมนต์ นั่งสมาธิ เจริญภาวนาโดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้นำ

 

 
สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด