แถลงข่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 27 พฤษภาคม 2558

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2558 ณ ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีประเด็นน่าสนใจดังต่อไปนี้

สถานการณ์นักท่องเที่ยวล่าสุด (26 พฤษภาคม 2558)
     1.สถานการณ์นักท่องเที่ยว เดือนพฤษภาคม 2558 จำนวนนักท่องเที่ยววันที่ 1-25 พฤษภาคม 2558 มีจำนวน 1,790,958 คน ขยายตัวร้อยละ 28.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยว 2 อันดับแรกคือ จีนและมาเลเซีย และคาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเดือนถัดไป และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน (25 พ.ค. 58) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 19,417,520 คน ขยายตัวร้อยละ 16.42 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
      2.รายได้จากการท่องเที่ยว นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน (25 พ.ค. 58) มีรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว 9.44 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 18.83 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
      3.สถานการณ์ท่องเที่ยวเมืองหลัก ไตรมาสที่ 1 ปี 2558 เติบโตในทุกพื้นที่ โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 7.68 และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว 349,004.07 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 11.42 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
      4.สถานการณ์ท่องเที่ยวใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด ไตรมาสที่ 1 ปี 2558 เติบโตในทุกพื้นที่ โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 8.49 และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว 16,217.03 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.84 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

งานเลี้ยงรับรอง “Discover Thainess”

     เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ชาเทรียม” เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรองแก่เอกอัครราชทูต และอุปทูตประเทศต่างๆ  เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยรวม เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น Multiple Visa ขั้นตอนกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง การแก้ปัญหาแท็กซี่ ปัญหาการฉ้อโกงหรือหลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยการพบปะในครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญรับเชิญเข้าร่วมงานประกอบด้วยเอกอัครราชทูต จำนวน 16 ประเทศ และเป็นอุปทูต กงสุล และเจ้าหน้าที่ทางการทูตอีก 22 ประเทศ

กระแสนักท่องเที่ยวจีน

     นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวล่าสุด มี 2 ทิศทางที่น่าจับตา เรื่องแรกคือสัญญาณบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่นิยมมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มาพร้อมกับกำลังซื้อและการสร้างรายได้กระจายเม็ดเงินให้กับคนไทย และอีกเรื่องคือทิศทางชูโจทย์ ASEAN Connect ที่ประชาคมอาเซียน 10 ประเทศกำลังจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันใน 31 ธันวาคม 2558 นี้ ข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน จากกรมการท่องเที่ยว ในระหว่างเดือนมกราคม ถึง เมษายน มีสัญญาณบวกถึงเม็ดเงินที่ได้จากการที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 110 (สร้างรายได้ .122,716.52 ล้านบาท)จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด พบว่าจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวกว่า 2.69 ล้านคน มากกว่า 2 ใน 5 หรือประมาณ 1.2 ล้านคน เป็นกลุ่มที่จัดการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว โดยแหล่งท่องเที่ยวหลักที่ได้รับความนิยม 2 อันดับแรก คือ กรุงเทพฯ และพัทยา รองลงมาได้แก่ ภูเก็ต และเชียงใหม่
     “เรามองว่าสัญญาณการท่องเที่ยวแบบวิถีไทย และการท่องเที่ยวแบบมีคุณภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนเข้าใจมากขึ้น โดยดูจากในแต่ละปีเข้ามา 4 ล้านกว่าคน และกำลังจะเข้ามาอีกเกิน 6 ล้านคนในสิ้นปีนี้
โดยเฉพาะในกลุ่มเมืองต้องห้าม...พลาด ที่กำลังโปรโมทให้เป็นเป้าหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการมาเยือน  เน้นเจาะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง เช่น กลุ่มผู้หญิง-เศรษฐีภูธร  ซึ่งจะส่งเสริมแนวทาง "Last day destination" สร้างรายได้สู่ชุมชน เป็นจุดเชื่อมโยงสร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินสู่คนในประเทศ  ทั้งนี้การเข้าสู่ AEC ในปลายปีนี้ก็จะเป็นโอกาสดีๆ ในการสร้างตลาดการท่องเที่ยวของภูมิภาคให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและเติบโตขึ้นในรูป ASEAN Connect   ไปพร้อมๆ กัน” นางกอบกาญจน์ กล่าว

การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Connect)

     นางกอบกาญจน์  ยังกล่าวด้วยว่า กลยุทธ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวในปีนี้จะเร่งตอกย้ำ ความร่วมมือการท่องเที่ยวในระดับอาเซียนเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม  ในรูปแบบที่เรียกว่า  “ ASEAN Connect”  เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้มีการปูทางและสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับ 5 ประเทศสำคัญในภูมิภาคอาเซียน  ไม่ว่าจะเป็นเมียนมาร์ -กัมพูชา -มาเลเซีย -สิงคโปร์- เวียดนาม  โดยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและจุดเด่นด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และส่งเสริมกำลังซื้อของแต่ประเทศเข้าด้วยกัน โดยเชื่อว่าในอนาคตแนวคิด  ASEAN Connect  จะมีมนต์เสน่ห์และทำรายได้ให้กับคนในชาติอาเซียนอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆที่ยังไม่เคยมีการเปิดเผยมาก่อน และจากนี้จะมีการต่อยอดเพื่อวางแผนการยุทธศาสตร์เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณพื้นที่ชายแดนอาเซียนในอนาคต โดยความร่วมมือที่ผ่านมามีดังต่อไปนี้
     เมียนมาร์  มีการพบรัฐมนตรีท่องเที่ยวพม่า เพื่อหารือเรื่องการท่องเที่ยวและเสนอเส้นทางเชื่อมโยง เชียงใหม่ กับ 4 เมืองหลัก  – มัณฑะเลย์ – ย่างกุ้ง-เนปิดอร์  โดยได้มีการเดินหน้าโครงการดังกล่าว 14 – 20 พฤษภาคม 2558 ส่งเสริม “Mega Fam Trip” นำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว จากยุโรป ตะวันออกกลาง  แคนาดาและสหรัฐอเมริกา พร้อมสื่อมวลชน  ไปทดลองเส้นทาง และพบปะผู้ประกอบการในท้องถิ่นแต่ละชุมชนท่องเที่ยว
     ประเทศกัมพูชา เดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมวางแผนเส้นทางท่องเที่ยว 2 Kingdoms 1 Destination ให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในแหล่งอารยธรรมอีสานใต้ของไทย และวางแผนการยุทธศาสตร์เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณพื้นที่ชายแดนอาเซียน อ.อรัญประเทศ สระแก้ว อ.คลองใหญ่ ตราด เพื่อสร้างความเติบโตด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง วันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2558 ร่วมงาน UNESCO Conference Tourism and Culture งานสัมมนาอภิปรายเรื่องการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก ให้งดงามยั่งยืน   โดยมี 2 หน่วยงานของสหประชาชาติคือองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) และองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม (UNESCO) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 900 คน จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 100 ประเทศ
     ประเทศมาเลเซีย  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.2558 ที่ผ่านมา กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการปั่นจักรยานท่องเที่ยวข้ามแดน  จาก สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ไปยังรัฐกลันตัน มาเลเซีย ด้วยความร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดนราธิวาส จัดระเบียบเลนจักรยานให้สะดวกและปลอดภัย  เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ส่วนด้านกีฬาจากการที่ได้มีโอกาสพบกับรัฐมนตรีกีฬามาเลย์ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและมีความเห็นตรงกันในการร่วมมือเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น โอลิมปิค  หรือ ฟุตบอลโลก  ซึ่งจะได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป
     ประเทศสิงคโปร์ ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันที่จะพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลโดยเรือสำราญระหว่างประเทศ และในเดือน มิ.ย. นี้จะมีการลงนามด้านความร่วมมือเพื่อพัฒนาท่าเรือสำราญร่วมกันในระดับประเทศ
     เวียดนาม มีการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีท่องเที่ยวเวียดนาม เพื่อสนับสนุนปีท่องเที่ยวเวียดนาม 2015 และหารือข้อตกลงร่วมพัฒนา “เส้นทางโฮจิมินห์” และการสร้างภาพยนตร์ตามรอยโฮจิมินห์ เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย เช่น บ้านพักโฮจิมินห์ ที่จ.นครพนม เป็นต้น

ลุยพื้นที่ “คลัสเตอร์ท่องเที่ยว” : เพื่อกระจายรายได้, มองอาเซียน, พัฒนาคนพัฒนาท้องถิ่น
     สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการฯ ได้ลงพื้นที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวประจำเขตไปแล้วจำนวน 3 เขต เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงานแต่ละเขตให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือเขตอารยธรรมอีสานใต้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 58 ณ จังหวัดนครราชสีมา, เขตฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 58 ณ จังหวัดชลบุรี, และ เขตฝั่งทะเลตะวันตก เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 58 ณ จังหวัดเพชรบุรี
     สำหรับอีก 2 เขตที่เหลือได้แก่เขตอารยธรรมล้านนามีกำหนดจัดประชุมวันที่ 28 พ.ค. 58 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และเขตอันดามัน จัดประชุมวันที่ 29 พ.ค. 58 ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ โดยที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นชอบจะนำผลการศึกษา “แผนพัฒนาการท่องเที่ยว 5 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ.2559-2563” ที่กระทรวงร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ศึกษาไว้มาใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2558

สถานการณ์ด้านการกีฬา
     หลังจากที่ พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้เตรียมความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายลำดับรองโดยเฉพาะที่มีความเร่งด่วน โดยขณะนี้ดำเนินการยกร่างกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จไปแล้วจำนวน 5 ฉบับ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาที่ระบุให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 180 วัน หลังจาก พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้


ร่วมเชียร์ทีมชาติไทยผ่าน Social Network
     การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 16 มิถุนายน 2558 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วม จำนวน 793 คน โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะนักกีฬาไทยเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานราโชวาทก่อนเดินทางเข้าร่วมแข่งขัน ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา  และเมื่อวานนี้ (26 พ.ค. 58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้อนุญาตให้คณะนักกีฬาไทยเข้าอำลา ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
     การกีฬาแห่งประเทศไทยได้มีการจัดทำ fanpage “ส่งแรงใจไปเชียร์นักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28” บนเครือข่าย Facebook เพื่อเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนักกีฬาทีมชาติไทย รวมถึงเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถส่งข้อความ และให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย

การลงนามความร่วมมือด้านกีฬากับอเมริกา
     การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงทางวิชาการว่าด้วยความร่วมมือทางการกีฬา กับ สถาบันกีฬาแห่งสหรัฐอเมริกา (United State Sports Academy ,INC :  USSA) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยความร่วมมือทางการกีฬา เพื่อพัฒนากีฬาของประเทศไทยมีความทันสมัยทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกกีฬา โดยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการฝึกอบรมทั้งในประเทศไทย และในอเมริกาโดยพันธสัญญานี้จะมีผลนับจากวันลงนามเป็นระยะเวลา 5 ปี

กีฬาชาวไทยภูเขา ครั้งที่ 27

          สัปดาห์ที่ผ่านมา (19-23 พ.ค. 58) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมพลศึกษา ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขาครั้งที่ 27 “แม่ฮ่องสอนเกมส์” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยภูเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยการออกกำลังกายและเล่นกีฬา อันจะเป็นการลดปัญหาและความเสี่ยงในเรื่องของยาเสพติดไปด้วย โดยปีนี้ได้รับความสนใจจากชาวไทยภูเขาใน 20 จังหวัด ส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 2,000 คน

มหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน “Challenge Day”

     และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการจัดมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชนที่เรียกว่า “แชลเลนจ์เดย์” โดยจะเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อรณรงค์ให้เยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ทุกอาชีพ ตื่นตัวในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยถือเอาวัน “แชลเลนจ์เดย์” ออกกำลังกายพร้อมกันทั่วประเทศ  ซึ่งในส่วนกลางจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน และที่สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  ส่วนภูมิภาคจัดที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด

 

« Back