การประชุม World Travel and Tourism Council (WTTC) Global Summit ครั้งที่ 22
เผยแพร่เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2565
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม World Travel and Tourism Council (WTTC) Global Summit ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2565 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และได้มีการประชุมหารือทวิภาคีไทย - ซาอุดีอาระเบีย ในประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และการกีฬา ในช่วงการประชุมฯ ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญของแต่ละกิจกรรม ดังนี้
1. วันที่ 28 พ.ย.2565 ณ โรงแรม Ritz Calton Palace Hotel การเสวนาหารือระดับผู้นำด้านการท่องเที่ยวโลก ทั้งภาครัฐและเอกชน ปี 2565 ( Global Tourism Leader’s Dialogue 2022) ในหัวข้อ “ Expore the Most Importants Required to Build a Better Future for All” โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญใน4 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.1 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการเดินทางขนส่ง ผ่านการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐและเอกชน เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ Climate Change และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
1.2 การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ซึ่งรวมถึง การท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) การท่องเที่ยวชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all) ซึ่งสอดคล้องกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 และปฏิญญากลาสโกว์ ผ่านการกำหนดนโยบาย และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น และหารือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกัน
1.3 การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กฏ 3R ได้แก่ Responsible Reasonable และ Resilience ผ่านการให้ Incentive แก่ผู้ประกอบการฯ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการที่จะ Balance การท่องเที่ยวให้ยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวในเวลาเดียวกัน
1.4 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว อาทิ การ Upskill & Reskill โดยที่ผ่านมา UNWTO ได้มีความพยายามในการจัดตั้งสถาบันการศึกษา 2-3 แห่งต่อ 1 ทวีป เพื่ออบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวร่วมกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เพื่อรองรับการฟื้นตัวและการขยายกิจการของผู้ประกอบการการท่องเที่ยว