รมว.พิพัฒน์ เป็นประธานเปิดงานการจัดการแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่นจากรากหญ้าสู่สากล รอบ 4 คนสุดท้ายโซนภาคใต้ (Region-4)
เผยแพร่เมื่อ 1 กรกฎาคม 2566

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 เวลา 20.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานการจัดการแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่นจากรากหญ้าสู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 รอบ 4 คนสุดท้ายโซนภาคใต้ (Region-4) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้คงอยู่สืบไป เผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬามวยไทย และเพื่อส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมกีฬามวยไทยไปสู่สากลโดยมี นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กกท. , นายวิบูณ จําปาเงิน รองผู้ว่าการ ฝ่ายบริหาร กกท. , นายวิษณุ ไล่ชะพิษ รักษาการอธิบดี ม.การกีฬาแห่งชาติ และผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริเวณลานหน้าสถานีรถไฟไปหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ด้วยรัฐบาลมีความชื่นชมและภูมิใจในความสามารถของคนไทยที่สามารถนำวิจิตรศิลป์ของไทยในแขนงต่างๆมาสร้างสรรค์ร่วมกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งรัฐบาลเร่งเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย “ปัญญา” “สร้างสรรค์” มีความมั่นใจว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากไทยมีจุดเด่นและความพร้อมด้านทุนวัฒนธรรมต่างๆที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก มาสร้างสรรค์จนกลายเป็น Soft power เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและให้เป็นที่รู้จัก และเผยแพร่ไปทั่วโลก ด้วยวัฒนธรรมของไทยที่มีศักยภาพ (5F) ประกอบด้วย 1. อาหารไทย (Food) 2. ภาพยนตร์ไทย (Film) 3. ผ้าไทย (Fashion) 4. เทศกาลประเพณีไทย (Festival) 5. มวยไทย (Fighting) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กีฬามวยไทย” ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ได้รับความนิยม มีความงดงามในท่วงท่าการเคลื่อนไหว รวมทั้งยังนำไปประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ ซึ่งสามารถขยายประเภทออกเป็นสินค้าและบริการ ท่องเที่ยวได้จำนวนมากได้อีกด้วย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะใช้ มวยไทย เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทยของเรา ผมจึงได้มีนโยบาย ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยไปพัฒนา การส่งเสริมกีฬามวยให้เป็นรูปธรรมและทั่วถึง ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยก็ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันมวยไทยรากหญ้าขึ้น และทราบว่า ในการแข่งขันปีที่ผ่านมานับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และปีนี้เป็นปีที่ 2 เราคาดหวังว่า การแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นกลไกที่สำคัญในการส่งเสริม เผยแพร่อนุรักษ์ มวยไทยของเรา ให้เป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ