การประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ครั้งที่ 7
เผยแพร่เมื่อ 31 สิงหาคม 2566

วันที่ 31 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานการประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ครั้งที่ 7 โดยมี นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสสาขากีฬาอาเซียน ,รัฐมนตรีกีฬาอาเซียน , ผู้แทนรัฐมนตรีกีฬาจากติมอร์ -เลสเต , นายวิษณุ ไล่ชะพิษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ , นายมงคล วิมลรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุม ณ จังหวัดเชียงใหม่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่ากีฬานั้นมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมในประชาคมอาเซียนโดยส่งเสริมความเท่าเทียมและการเข้าถึงกีฬาสำหรับคนทุกเพศทุกวัยทุกสถานะทางสังคม และทุกสภาวะทางกาย ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “กีฬาไม่มีการแบ่งแยก” กีฬาสามารถพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และทำให้ผู้เล่นกีฬามีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาทักษะ และเสริมสร้างบุคลิกภาพ นอกจากนี้ กีฬายังสนับสนุนให้เยาวชนมีทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ชีวิต มีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และที่สำคัญ กีฬาสอนให้เยาวชน “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”
การประชุมในวันนี้สำคัญต่อการพัฒนากีฬาในภูมิภาคอาเซียน โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างรักสุขภาพและมีความกระฉับกระเฉงซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาให้ประชากรในอาเซียนมีความเป็นอยู่และสุขภาพพลานามัยที่ดีเชื่อว่าเมื่อสุขภาพกายดีแล้วสุขภาพจิตก็จะดีตามไปด้วย ซึ่งจะมีการหารือในวาระที่สำคัญ อาทิ การรายงานผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสาขากีฬาอาเซียน ครั้งที่ 13 และ 14 ผลลัพธ์การประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ครั้งที่ 7 รวมถึงการจัดทำตัวชี้วัดสมรรถภาพทางกายอาเซียนเป็นครั้งแรก และการประชุมคณะทำงานด้านเทคนิคเพื่อเตรียมการเสนอตัวร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี พ.ศ. 2577 นอกจากนี้ที่ประชุมจะได้รับฟังการรายงานจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เกี่ยวกับประเด็นความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเล่นกีฬาอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นไปตามกติกาและส่งเสริมคุณธรรมในวงการกีฬา นอกจากนี้ ที่ประชุมจะได้รับรองถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้ จะเป็นย่างก้าวที่สำคัญ ที่นำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนที่แข็งแกร่ง และดีกว่าเดิม