"รัฐบาล" ชวนแฟน MotoGP ทั่วโลกร่วมนับถอยหลัง 15 วันสู่กรังด์ปรีซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกบนแผ่นดินไทย พร้อมเปิดตัวโทรฟีเวอร์ชั่น 2023
เผยแพร่เมื่อ 12 ตุลาคม 2566

กระทรวงการท่องเที่ยวและฬา จัดแถลงข่าวนับถอยหลังก่อนเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ "โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023" (OR Thailand Grand Prix 2023) ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่าง 27 - 29 ตุลาคม 2566 ที่ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
11 ตุลาคม 2566 ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพ : นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์, บริษัท ทศภาค จำกัด โดยเครื่องดื่มตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โมโตเร อิตาเยโน จำกัด รวมทั้งสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์และผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย ภายในงานมีพิธีนับถอยหลัง 15 วันสู่การแข่งขันโมโตจีพี รายการ "โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023" ท่ามกลางการรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลก กับการเป็นเจ้าภาพปีที่ 4 พร้อมเปิดตัว โทรฟี่ "โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023" หรือ "ถ้วยรางวัลโมโตจีพีสนามประเทศไทย"
นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ด้วยการทำงานอย่างหนักของการกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมแล้ว ที่จะต้อนรับผู้ชมและนักท่องเที่ยวนับแสนคน ที่จะมุ่งหน้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ "กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้ความเชื่อมั่นว่า จะให้การสนับสนุนและผลักดันโมโตจีพีสนามประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุดและผู้ชมมีความสุขที่สุด ประทับใจที่สุดในโลกเช่นเคย เพื่อแสดงศักยภาพการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกฝีมือคนไทย
ให้โลกได้ประจักษ์ รองรับผู้ชมในสนามหลายแสนคน ถ่ายทอดสดความยิ่งใหญ่ไปกว่า 200 ประเทศทั่วโลก สู่ผู้ชมกว่า 800 ล้านคน"
"การจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกนี้ จะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนโยบาย Sport Tourism ที่เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสังคมของประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าปีละ 4,000 ล้านบาท เป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่
ดึงดูดนักท่องเที่ยว ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในมิติด้านสังคม ส่งเสริม และกระตุ้นให้เยาวชนที่ชื่นชอบ กีฬามอเตอร์สปอร์ต พัฒนาตนเองไปสู่กีฬาอาชีพในอนาคต เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง”