การประชุมสมัชชาใหญ่สมัยสามัญขององค์การการท่องเที่ยวโลก ครั้งที่ ๒๕ ระหว่างวันที่ ๑๗- ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ณ เมืองซามาร์คันด์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน
เผยแพร่เมื่อ 21 ตุลาคม 2566

รมว.กก.มอบหมายให้นายอารัญ บุญชัย ปลัด กก. และนายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดี กทท. พร้อมด้วยผู้แทนกองการต่างประเทศ สป.กก. เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สมัยสามัญขององค์การการท่องเที่ยวโลก ครั้งที่ ๒๕ ระหว่างวันที่ ๑๗- ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ณ เมืองซามาร์คันด์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นการประชุมในระดับรัฐมนตรี ทุกๆ สองปี โดยในปีนี้มีรัฐมนตรีท่องเที่ยวและผู้แทนระดับรัฐมนตรี ๗๐ ประเทศ สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ (Affiliate Member) กว่า ๑,๕๐๐ คน
ที่ประชุมสมัชชาฯ ครั้งที่ ๒๕ ได้รับทราบผลการดำเนินงานของ UNWTO ตามแผนงานปี 2565-2566 อาทิ การจัดสัมมนาเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ครั้งที่ ๗ (เมืองนารา,ญี่ปุ่น, ๑๒-๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕) การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการประเมินการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เนปาล,๑๕-๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖) การอภิปราย และอนุมัติแผนงานของUNWTO ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘-๒๕๖๙ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่มีจริยธรรมและมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สนับสนุนความยั่งยืนโดยเฉพาะการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ผ่านการจัดอบรม ส่งเสริมการลงทุนและสร้างนวัตกรรม การขยายสำนักงาน UNWTO ให้มีอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วโลก รวมทั้งส่งเสริมบทบาทความร่วมมือระหว่าง UNWTO กับภาครัฐและเอกชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของสำนักงานภูมิภาคตะวันออกกลาง UNWTO ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ปัจจุบันได้สร้างหลักสูตรนำร่องการศึกษาด้านการท่องเที่ยวและการบริการไปสู่ระดับชั้นมัธยมศึกษา และริเริ่มโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยวที่ดีที่สุด โดย UNWTO (UNWTO Best Tourism Villages) ในการนี้ เลขาธิการ UNWTO ได้ลงนามกับผู้แทนรัฐบาลบราซิลเพื่อจัดตั้งสํานักงานภูมิภาคอเมริกาใต้ UNWTO ในเมืองรีโอเดจาเนโร โดยจะให้ความสำคัญด้านการลงทุนการท่องเที่ยว และ UNWTO กำลังพิจารณาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคแอฟริกาในมาราเกซ โมร๊อคโค ซึ่งจะให้ความสำคัญเรื่องนวัตกรรมและการลงทุนด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งที่ประชุมได้รับรองข้อเสนอของประเทศอุซเบกิสถานในการจัดตั้งสํานักงานเฉพาะด้านเพื่อการท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหม (Tourism on the Silk Road)
ที่ประชุมได้อนุมัติหัวข้อและเจ้าภาพการจัดงานวันท่องเที่ยวโลกในอีกสองปีข้างหน้า โดยในปี ๒๕๖๗ หัวข้อ "การท่องเที่ยวและสันติภาพ" ประเทศจอร์เจียจะเป็นเจ้าภาพ และในปี ๒๕๖๘ มาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดงานวันท่องเที่ยว ในหัวข้อ “การท่องเที่ยวและการพัฒนาที่ยั่งยืน” รวมทั้งได้อนุมัติ ให้ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาใหญ่สมัยสามัญขององค์การการท่องเที่ยวโลก ครั้งที่ ๒๖
และในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ครั้งที่ ๒๕ ได้มีพิธีลงนามรับหลักปฏิบัติสากลสำหรับการคุ้มครองนักท่องเที่ยวขององค์การการท่องเที่ยวโลก เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการแสดงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและรับหลักปฏิบัติสากลฯ ไปดำเนินการปรับใช้ภายในประเทศของตน โดยไม่มีการบังคับใช้และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ประกอบด้วย Argentina, Brazil, Lebanon, Lithuania, Portugal, Senegal, Thailand, Uruguay and Venezuela ซึ่งปัจจุบันมีประเทศที่รับหลักปฏิบัติสากลดังกล่าวแล้ว จำนวน ๒๔ ประเทศ