ทวิภาคี ไทย-กัมพูชา ชื่นมื่น รมต. ท่องเที่ยว 2 ประเทศจับมือส่งเสริมท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางบก
เผยแพร่เมื่อ 25 มกราคม 2567

ทวิภาคี ไทย-กัมพูชา
ชื่นมื่น รมต. ท่องเที่ยว 2 ประเทศจับมือส่งเสริมท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางบก
(วานนี้ 24 ม.ค.67 เวลา 17.00 น.) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย ได้พบกับ นายสก โสเกน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา เพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว
ที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว ทั้งในระดับทวิภาคี ผ่านกลไกคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว ภายใต้ Mou ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ไทย-กัมพูชา และในระดับพหุภาคี อาทิ โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) โดยกัมพูชายินดีที่จะสนับสนุนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับไทยในทุกระดับ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นและมุมมองเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางเดียวกัน (One Destination) โดยเห็นชอบร่วมกันในการส่งเสริมการเดินทางข้ามแดนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางทางบก ผ่านการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ทั้งนี้ กัมพูชาเสนอให้เริ่มต้นเจรจาในระดับทวิภาคีก่อน เนื่องจากมีมาตรการหลายอย่างที่จะต้องพิจารณาร่วมกัน
สำหรับการส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแจ้งว่า ปัจจุบัน ฝ่ายไทยประสงค์ที่จะผลักดันโครงการ “Drive Tourism” ร่วมกับกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมา ไทยได้ศึกษาเส้นทางเชื่อมโยงหลายเส้น โดยกัมพูชาสนับสนุนเนื่องจากจะช่วยเพิ่มการเดินทางท่องเที่ยว จากทั้งภายใน (Intraregional) และภายนอกภูมิภาค (Interregional) สอดคล้องกับความเห็นของเลขาธิการอาเซียนที่เห็นควรเสนอให้ยกระดับการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ให้เชื่อมโยงกันได้เหมือนภูมิภาคยุโรป และพิจารณานำภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการการดำเนินการร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ กัมพูชามีการเสนอให้ไทยพิจารณาชูประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงดังกล่าว เข้าไปบรรจุในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน หลังปี พ.ศ. 2568 อีกด้วย