ทูตอังกฤษพบ รมว.กก เพื่อหารือยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของสองประเทศ
เผยแพร่เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2567

ทูตอังกฤษพบ รมว.กก เพื่อหารือยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของสองประเทศ
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.00 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดโอกาสให้ นายมาร์ก กุดดิง เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ โดยมี นายกิตติ เชาวน์ดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วม ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดยการเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่ง และหารือประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา ไทย–สหราชอาณาจักร ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าการได้มีโอกาสพบปะกันจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร โดยในปี 2566 มีจำนวน นทท.จากสหราชอาณาจักรเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย กว่า 817,220 คน ในการนี้ รมว.กก เชื่อมั่นว่า ไทยมีหลายสิ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม รวมทั้ง “น้ำพุร้อน” ซึ่งไทยมีแหล่งน้ำพุร้อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกระจายอยู่ทุกภูมิภาค และไทยมีนโยบายที่จะยกระดับการอำนวยความสะดวกและรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีแผนที่จะสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 และสนามบินนานาชาติอันดามัน ในจังหวัดพังงา และไทยมุ่งเน้นที่จะดูแลความปลอดภัยแก่ นทท. ทำให้ นทท.เชื่อมั่นว่า “เมืองไทยปลอดภัย” มาแล้วได้รับการดูแลทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ไทยยังมีเป้าหมายที่จะเป็น Quality Destination และมีบรรยากาศการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยมีแผนงานที่จะเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะ “เทศกาลสงกรานต์” ในปีนี้จะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยจะจัดงานกว่า 20 วันในเดือนเมษายน
ในประเด็นเรื่องความปลอดภัยของ นทท. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ออกมาตรการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือและเยียวยา นทท.ชาวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต โดยจะได้รับค่าชดเชยไม่เกิน 1 ล้านบาท และกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ/เอกชน นทท.ชาวต่างชาติจะได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยตอกย้ำมาตรการสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ นทท. โดยเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรได้กล่าวชื่นชมข้อริเริ่มดังกล่าว และพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาสถานเอกอัครราชทูต ได้จัดทำ VDO เพื่อรณรงค์ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยมี นทท.ชาวอังกฤษ เดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งการรณรงค์นี้มิได้จำกัดอยู่ที่ นทท.ชาวอังกฤษเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงชาวอังกฤษที่พำนักอาศัยในประเทศไทยด้วย และท้ายที่สุด ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ให้เป็น strategic partner โดยเสนอให้มี mou ท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อดำเนินโครงการ หรือ ข้อริเริ่มใหม่ๆ ร่วมกัน เช่น การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best practices) ด้านการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนกีฬามวยไทยกับกีฬาฟุตบอลสำหรับเยาวชน เนื่องจากสหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญในทักษะกีฬาประเภทนี้ เป็นต้น