การลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน
เผยแพร่เมื่อ 23 เมษายน 2567

วันที่ 23 เมษายน 2567 เวลา 11.40 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายมงคล วิมลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้แทนฝ่ายไทยร่วมลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ร่วมกับนายอาร์มัน อิสเซทอฟ (H.E. Mr. Arman Issetov) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายมูรัท นูร์ตลิว (H.E. Mr. Murat Nurtleu) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน เป็นสักขีพยาน
โดยร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีเนื้อหามุ่งพัฒนา ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและคาซัคสถาน อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อการเสริมสร้างเศรษฐกิจ และความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมประจำชาติของทั้งสองประเทศ โดยให้ความสำคัญต่อการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุน ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว และ งานเทศกาลด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเครือข่ายหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้แก่กลุ่มตลาดท่องเที่ยวศักยภาพ
นอกเหนือจากการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวดังกล่าวแล้ว ฝ่ายไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ลงนามในความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ซึ่งเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวจะถือเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ในการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดหวังว่าการลงนามในเอกสารดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวให้มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถาน ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ (Rising Stars) ที่สำคัญของไทย และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกันในครั้งนี้ จะเป็นย่างก้าวที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้บรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยว 35 ล้านคน ภายในปี พ.ศ. 2567