การลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลของสุลต่านและยัง ดี-เปอร์ตวน แห่งบรูไนดารุสซาลาม
เผยแพร่เมื่อ 29 เมษายน 2567

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 เวลา 11.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลของสุลต่านและยัง ดี-เปอร์ตวน แห่งบรูไนดารุสซาลาม ร่วมกับดาโต๊ะ ดร. อับดุล มานัฟ เมตุซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรขั้นพื้นฐานและการท่องเที่ยวแห่งบรูไนดารุสซาลาม โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ และนายกรัฐมนตรีของไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ทำเนียบรัฐบาล
โดยบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว มีเนื้อหามุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ภายใต้กรอบทวิภาคีและพหุภาคี และการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรูปแบบที่มีศักยภาพร่วมกัน อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไมซ์ และการท่องเที่ยวมุสลิม และการอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด การยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการประสานงานเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการบินระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเล็งเห็นถึงศักยภาพสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวร่วมกับบรูไนดารุสซาลาม โดยเฉพาะในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวบรูไน ซึ่งไทยถือครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก คิดเป็นร้อยละ 38 ด้วยความได้เปรียบทางด้านราคา มีบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Joint Commission International กว่า 40 แห่ง ทำให้การบริการด้านการแพทย์ของไทย มีศักยภาพที่เพียงพอที่จะรองรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาใช้บริการได้ อีกทั้ง ไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางด้านการบริการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม ดังนั้น จึงประสงค์ที่จะส่งเสริมให้ชาวบรูไนดารุสซาลาม เดินทางมาใช้บริการทางการแพทย์ในไทยเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเล็งเห็นประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมการท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งบรูไนดารุสซาม ได้รับการจัดอันดับโดยดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก (Global Muslim Tourism Index: GMTI) ประจำปี พ.ศ. 2566 ให้อยู่ในอันดับ 5 ของจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวมุสลิมของโลก เนื่องจากมีอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่ครอบคลุมอาหารหลากหลายประเภท อีกทั้ง ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ทั้งนี้ ไทยมีความพยายามที่จะยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ซึ่งคาดการณ์ว่ามีจำนวนมากกว่า 140 ล้านคนทั่วโลก และจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่การขยายตลาดสินค้า และอุตสาหกรรมฮาลาลอื่น ๆ ในประเทศได้