ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ และเลขานุการรัฐมนตรีฯ เข้าหารือร่วมกับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และคณะผู้แทนมณฑลเฮย์หลงเจียง ในประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ไทย – จีน ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เผยแพร่เมื่อ 17 มิถุนายน 2567
วันที่ 17 มิถุนายน 2567 เวลา 09.15 น. รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้ ดร. พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าหารือร่วมกับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และคณะผู้แทนมณฑลเฮย์หลงเจียง ในประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ไทย – จีน ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีรายละเอียดข้อหารือโดยสรุปได้ ดังนี้
1. ฝ่ายจีนได้นำเสนอรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวของมณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยมีภูมิประเทศและสภาพอากาศที่หนาวเย็นยาวนาน (ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ของทุกปี) ทำให้ทางการจีนเล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการจัดเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูหนาว อาทิ การแข่งขันแกะสลักน้ำแข็ง และการเล่นสกีหิมะ ในเมืองฮาร์บิน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลดังกล่าว
2. ฝ่ายจีนได้นำเสนอสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจีนกว่า 125 ล้านคน (ในช่วงพฤศจิกายน 2566 - กุมภาพันธ์ 2567) โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินทางเข้ามาเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะชาวมาเลเซียและไทย ส่งผลให้รัฐบาลจีนประสงค์ที่จะผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย - จีน โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินทางตรงระหว่างมณฑลเฮย์หลงเจียงและไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการเดินทางให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางฝ่ายไทยและฝ่ายจีนพร้อมผลักดันนโยบายที่จะรองรับการท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในอนาคต
3. ฝ่ายจีนแจ้งว่า ในอนาคตคาดว่าจะมีนโยบายสนับสนุนการศึกษาภาษาจีนต่อที่ประเทศจีน โดยฝ่ายการท่องเที่ยวของจีนและสมาคมฯ พร้อมผลักดันให้หน่วยงานและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้ารับทุนการศึกษาจากทางรัฐบาลจีนได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ
4. ฝ่ายไทยกล่าวชื่นชมและขอบคุณฝ่ายจีน ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างกัน และเน้นย้ำว่า ภาคของการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ สามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้แจ้งแนวทางในการให้ความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยและช่องทางในการประสานงานเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านตำรวจท่องเที่ยว (สายด่วน 1155) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือตลอดระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ในไทย
5. ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน ทั้งในเรื่องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและนโยบายระหว่างประเทศที่สนับสนุนการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ และทางจีนได้เสนอจุดยืนของมณฑลเฮย์หลงเจียงว่า มีความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากไทยและสามารถนำนักท่องเที่ยวจีนมาท่องเที่ยวไทยได้