รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาลงพื้นที่ติดตามกรณีชาวเวียดนาม 6 รายเสียชีวิตในโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ
เผยแพร่เมื่อ 17 กรกฎาคม 2567

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาลงพื้นที่ติดตามกรณีชาวเวียดนาม 6 รายเสียชีวิตในโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 เวลา 11.45 น. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายธกร เลาหพงศ์ชนะ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
และพลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ เพื่อติดตามและอำนวยความสะดวกให้กับทีมตำรวจที่กำลังสืบสวนกรณีชาวเวียดนาม 6 รายเสียชีวิต นายเสริมศักดิ์เปิดเผยว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับกรณีนี้เป็นอย่างมาก และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาติดตามและช่วยเหลือในทุกด้าน
นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจพื้นที่ สน.ลุมพินี ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อค้นหาสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นพบว่ามีสารไซยาไนด์อยู่ในถ้วยชามที่พบในห้องที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนของตำรวจนครบาลพบว่าเหตุการณ์นี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดจากเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว นายเสริมศักดิ์ ย้ำว่า ทีมงานจากหลายฝ่ายรวมถึงข้าราชการ ตำรวจ และพนักงานโรงแรม ต่างก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายคดีนี้
สำหรับประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจหรือหน่วยตำรวจท่องเที่ยว โดยในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานงานกับสถานทูตเวียดนามเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ด้วย
นายเสริมศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินมาตรการความปลอดภัยและการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงปลอดภัยและมีคุณภาพ
"ท่านนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อตรวจสอบและหาข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แม้ว่าจะมีเบาะแสว่ามีเหตุผลส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เราก็ยังคงทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่นอน" นายเสริมศักดิ์กล่าว