รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสารอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) ไทย - เวียดนาม ครั้งที่ 4
เผยแพร่เมื่อ 16 พฤษภาคม 2568

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสารอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) ไทย - เวียดนาม ครั้งที่ 4 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
การประชุม JCR จัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นประธานร่วม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคี ไทย-เวียดนาม ให้ก้าวสู่ระดับหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้านอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเสริมสร้างความร่วมมือทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงภาคประชาชน รวมทั้งเปิดโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ที่เอื้อต่อการลงทุนร่วมระหว่างภาคเอกชน การพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ของประชาชนร่วมกันทั้งสองประเทศในระยะยาวตลอดจนสานสัมพันธไมตรีในหมู่มิตรประเทศประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะผู้แทนหลักเสาสังคม และการเชื่อมโยงภาคประชาชนของไทย ได้รายงานประเด็นความร่วมมือที่ฝ่ายไทยประสงค์จะหยิบยกผลักดันกับฝ่ายเวียดนาม ดังนี้
1. การพัฒนาการเชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ เช่น การท่องเที่ยวแบบขับรถข้ามพรมแดน การขยายเส้นทางบินระหว่างเมืองรอง และการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางเรือระหว่างไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ ภายใต้ข้อริเริ่ม “หกประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” ของรัฐบาลไทย
2. การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ร่วมกัน เพื่อพัฒนาประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น
3. การส่งเสริมความร่วมมือในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยใช้ประโยชน์จากกรอบเมืองคู่มิตร ซึ่งสองประเทศมีระหว่างกันกว่า 20 คู่
4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ร่วมกันให้สามารถรับมือกับเทรนด์เศรษฐกิจโลกในอนาคต โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยี เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสที่ไทยและเวียดนามจะครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี พ.ศ. 2568
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เข้าร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจ ไทย - เวียดนาม (Thailand- Vietnam Business Forum) ซึ่งจัดโดยกระทรวงการคลังเวียดนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่อการผลักดันความร่วมมือในเชิงธุรกิจระหว่างภาครัฐ.และผู้ประกอบการเอกชนของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศอีกด้วย
ภายหลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมคารวะนายเลือง เกื่อง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ ทำเนียบประธานาธิบดี และร่วมหารือประเด็นความร่วมมือศักยภาพระหว่างกัน ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ