รมว.ท่องเที่ยวฯ หารือเอกอัครราชทูตอังกฤษ สานต่อความร่วมมือกระชับความสัมพันธ์ไทย – สหราชอาณาจักร
เผยแพร่เมื่อ 21 พฤษภาคม 2568

รมว.ท่องเที่ยวฯ หารือเอกอัครราชทูตอังกฤษ สานต่อความร่วมมือกระชับความสัมพันธ์ไทย – สหราชอาณาจักร
วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับ ฯพณฯ มาร์ก กูดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ และนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ เข้าร่วมการหารือ
การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอังกฤษ ซึ่งนับเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสำคัญที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งแต่เดือนมกราคม–พฤษภาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 480,000 คน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและเสน่ห์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก
เอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความขอบคุณกระทรวงฯ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะบทบาทของ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ที่ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษด้วยความทุ่มเท พร้อมยกย่องการทำงานเชิงรุกของกระทรวงฯ ในการยกระดับคุณภาพบริการนักท่องเที่ยว
ในประเด็นด้านนโยบาย รัฐมนตรีฯ ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวและแนวคิดการจัดทำ ระบบประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุและอุบัติภัย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และยกระดับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางการ ลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นข้อห่วงใยจากฝ่ายสหราชอาณาจักร โดยรัฐมนตรีฯ ได้นำเสนอความคืบหน้าของมาตรการควบคุมการเช่ารถจักรยานยนต์ การตรวจสอบใบขับขี่ การรณรงค์ในพื้นที่เสี่ยง และการปรับปรุงกฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดรับข้อเสนอจากฝ่ายอังกฤษเพื่อร่วมกันดำเนินการในเชิงนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการดูแล ผู้เสียหายจากเหตุล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้ผลักดันการจัดทำ “คู่มือการช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุล่วงละเมิดทางเพศ” โดยขอให้กระทรวงฯ สนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทาง “เน้นเหยื่อเป็นศูนย์กลาง” (victim-centred approach) เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาทางจิตใจและกฎหมายอย่างเหมาะสม ซึ่งรัฐมนตรีฯ แสดงความชื่นชมในความใส่ใจของสถานทูต และยืนยันว่ากระทรวงฯ พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำคู่มือดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติจริง
การหารือยังสะท้อนถึงโอกาสความร่วมมือเนื่องในวาระ ครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สหราชอาณาจักร โดยรัฐมนตรีฯ แสดงความยินดีและชื่นชมกิจกรรมที่สถานทูตจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงฯ ยินดีสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
รัฐมนตรีฯ กล่าวปิดท้ายว่า “การหารือในวันนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความร่วมมือ และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และเท่าทันความท้าทายของโลกในอนาคต”