กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมผนึกกำลังกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเยาวชน และยกระดับศักยภาพด้านกีฬาอาเซียนสู่เวทีระดับสากล
เผยแพร่เมื่อ 4 พฤษภาคม 2569

*กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมผนึกกำลังกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเยาวชน และยกระดับศักยภาพด้านกีฬาอาเซียนสู่เวทีระดับสากล*
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วม
การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านเยาวชนและกีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2026 ผ่านระบบการประชุมทางไกล
ณ ห้องประชุม ชั้น 8 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การประชุมดังกล่าวจัดโดย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 3–4 พฤษภาคม 2569 ณ เกาะบาหลี ภายใต้หัวข้อ “การเสริมสร้างความร่วมมือของเยาวชนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการทูตเชิงกีฬาเพื่ออนาคตที่เข้มแข็ง” (Strengthening SEA Youth Collaboration and Sports Diplomacy for a Resilient Future) โดยมี H.E. Mr. Erick Thohir รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬาแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นประธานการประชุม
การประชุมฯ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ได้แก่ (1) การเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีภูมิคุ้มกันและพร้อมรับมือกับอนาคต และ (2) การยกระดับขีดความสามารถด้านกีฬาของภูมิภาคสู่มาตรฐานสากล โดยมีการอภิปรายแบบโต๊ะกลมใน 3 หัวข้อ ดังนี้
1. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเตรียมความพร้อมของเยาวชนสู่ความสำเร็จในยุคปัญญาประดิษฐ์ (Strengthening Youth Resilience and Supporting them for Success in the AI Age) อภิปรายโดย
H.E. David Neo รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชนแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์
ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคในการพัฒนาเยาวชนให้พร้อมรับมือกับยุค AI ผ่านการเตรียมเยาวชนให้ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ การสร้างพื้นที่ให้เยาวชนมาพบปะและสร้างความสัมพันธ์ และการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย
2. มหกรรมระดับภูมิภาคในฐานะกลไกควบคุมคุณภาพและการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ (Regional Events as Mechanism of Quality Control and Preparation for Higher-Level International Competitions) อภิปรายโดย H.E. Mr. Erick Thohir รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬาแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยเสนอให้ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อกีฬาจาก "ค่าใช้จ่าย" เป็น "การลงทุน" เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปซีเกมส์ให้มีมาตรฐานสากลและมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกำหนดชนิดกีฬาหลักให้คงที่ในทุกครั้งที่จัดแข่งขัน เพื่อยกระดับคุณภาพการแข่งขันและดึงดูด
ความสนใจจากผู้ชมและภาคธุรกิจ
3. การยกระดับระบบนิเวศการกีฬาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเยาวชนสู่ความเป็นมืออาชีพ(Professionalizing Sports Ecosystems and Creative Youth Economies) อภิปรายโดย นาย John Patrick Gregorio ประธานคณะกรรมการกีฬาแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นำเสนอแผนการสร้างกิจกรรมกีฬาระดับภูมิภาคเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับอาเซียน โดยเสนอโครงการ Southeast Asia Marathon Series (การวิ่งมาราธอนสะสมคะแนนในประเทศต่างๆ) และ Southeast Asia Cycling Tour (การแข่งขันจักรยานทางไกล) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาในภูมิภาคสู่ระดับโลก ซึ่งได้รับความสนใจและตอบรับการสนับสนุนจากสมาชิกหลายประเทศ โดยรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวได้แสดงความเห็นสนับสนุนการยกระดับระบบนิเวศการกีฬา พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของงานระดับโลกอย่างเช่น MotoGP Grand Prix บุรีรัมย์ โดยมีผู้ชมกว่า 220,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 153 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพการจัดงานระดับโลก
ของไทยและภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรองเอกสารผลลัพธ์หลักได้แก่ ปฏิญญาบาหลีว่าด้วยเยาวชนและกีฬา (Bali Declaration )
ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือในการใช้กีฬาและพลังเยาวชนเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความร่วมมือในภูมิภาค
เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับอนาคตร่วมกันต่อไป