“ผู้ตรวจราชการฯ พัฒพงศ์ พงษ์สกุล” ร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เผยแพร่เมื่อ 3 สิงหาคม 2569

“ผู้ตรวจราชการฯ พัฒพงศ์ พงษ์สกุล” ร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569
เวลา 09.00 น. นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวทรงศิริ จุมพล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย เพื่อเป็นการตรวจติดตามผลการดำเนินแผนงาน/โครงการ รวม 5 ประเด็น ได้แก่
1.การตรวจติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล
1.1 การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด
1.2 การยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้2.การตรวจราชการตามมาตรา 55 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565
3.การตรวจติดตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
4.การตรวจติดตามงานตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะในประเด็นด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่
1.การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยเน้นการหาจุดเด่น/อัตลักษณ์ของชุมชน และการกระจายรายได้สู่ชุมชน
2.การหามาตรการ/แนวทางการแก้ไขปัญหารถเช่าของนักท่องเที่ยว เช่น หลักฐานการเช่ารถ ใบขับขี่ เป็นต้น เพื่อลดความสูญเสียและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว
3.การปรับปรุงและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น ป้ายบอกทาง เส้นทางและถนนเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว จุดเช็กอิน เป็นต้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวมากขึ้น
4.การพัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรมทางอาหาร วิถีชุมชน ให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย พร้อมจัดกิจกรรมและเทศกาลตลอดทั้งปี เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนและเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคน
5.การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงรุก โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ โดยใช้สื่อดิจิทัล แพลตฟอร์มออนไลน์ และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ