“รมว.สุรศักดิ์” เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
เผยแพร่เมื่อ 26 ตุลาคม 2569

“รมว.สุรศักดิ์” เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
วันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในโอกาสครบ 1 ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โดยมีคณะองคมนตรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ส่วนสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ณ หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วทรงกราบและประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล เมื่อจบแล้ว พระสงฆ์ 30 รูปถวายพรพระ
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ ส่วนภัตตาหารสำหรับพระสงฆ์รูปอื่น ๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนตามลำดับ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ จนครบ 30 รูป เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก และถวายพระพรลา
จากนั้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 11 รูป จากพระสงฆ์ทั้งหมด 93 รูป ซึ่งจะสดับปกรณ์เท่าพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์เพื่อสวดมาติกา เมื่อเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก จำนวน 11 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก และถวายพระพรลา
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรเที่ยวละ 11 ไตร และพระสงฆ์สดับปกรณ์ โดยทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยว จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร โดยทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร โดยทรงปฏิบัติเช่นนี้อีก 2 เที่ยว จนครบ 93 ไตร เท่าพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ณ หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบหน้าพระโกศพระบรมศพฯ และทรงรับการถวายความเคารพจากผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนเสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประทับรถยนต์พระที่นั่ง และเสด็จพระราชดำเนินกลับ