ไทย–สิงคโปร์ ผนึกกำลังดันเที่ยวเรือสำราญ เตรียมประชุมครั้งที่ 4 เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ชุมชน
เผยแพร่เมื่อ 28 ตุลาคม 2569

ไทย–สิงคโปร์ ผนึกกำลังดันเที่ยวเรือสำราญ เตรียมประชุมครั้งที่ 4 เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ชุมชน
กระทรวงท่องเที่ยวฯ เดินหน้าความร่วมมือไทย–สิงคโปร์ เตรียมจัดประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญ ครั้งที่ 4 วันที่ 4–5 พ.ย.นี้ มุ่งพัฒนาท่าเรือ เชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือ ยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว และผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานฝ่ายไทยในการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญไทย–สิงคโปร์ ครั้งที่ 4 (4th Thailand–Singapore Cruise Development Task Force Meeting) ณ กรมการท่องเที่ยว และผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
การประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 4–5 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดประชุมหลักในวันที่ 5 พฤศจิกายน พร้อมจัดกิจกรรมศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวบนฝั่ง และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
สำหรับประเด็นหารือสำคัญ ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานระยะที่ 2 ระหว่างปี 2569–2571 ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาท่าเรือ การยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวบนฝั่ง การสร้างความต้องการของตลาด และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมพิจารณาข้อเสนอกรอบความร่วมมือระยะยาว 6 ด้าน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ การอำนวยความสะดวกด้านการตรวจคนเข้าเมือง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเรือสำราญอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวโดยชุมชน การเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือและการทำตลาดร่วมกัน ตลอดจนการสร้างการรับรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
ความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ครั้งนี้ มุ่งเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเรือสำราญในภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน