ไทย–สิงคโปร์จับมือดันท่องเที่ยวเรือสำราญ เร่งพัฒนาท่าเรือ–เส้นทางท่องเที่ยว ปั้นไทยฮับเอเชียแปซิฟิก ไทย–สิงคโปร์เดินหน้ากระชับความร่วมมือท่องเที่ยว
เผยแพร่เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569

ไทย–สิงคโปร์จับมือดันท่องเที่ยวเรือสำราญ เร่งพัฒนาท่าเรือ–เส้นทางท่องเที่ยว ปั้นไทยฮับเอเชียแปซิฟิก
ไทย–สิงคโปร์เดินหน้ากระชับความร่วมมือท่องเที่ยวเรือสำราญ เร่งยกระดับท่าเรือสมุย พัทยา ภูเก็ต และสงขลา พร้อมพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่ง ดึงนักลงทุนและขยายตลาด หวังผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางเรือสำราญสำคัญของเอเชียแปซิฟิก
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานฝ่ายไทยในการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญไทย–สิงคโปร์ ครั้งที่ 4 (4th Thailand–Singapore Cruise Development Task Force Meeting) โดยมี Ms. Jean Ng ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board: STB) พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศเข้าร่วม ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร
การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามความคืบหน้าความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญในปี 2569 พร้อมวางแนวทางขับเคลื่อนงานในปี 2570 ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569–2571) ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาท่าเรือสำราญ การพัฒนาเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวชายฝั่ง การส่งเสริมตลาด และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเรือสำราญในภูมิภาค
ฝ่ายไทยรายงานความคืบหน้าการผลักดันพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่เกาะสมุย พัทยา และภูเก็ต รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอันดามัน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหารในจังหวัดสงขลา ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรด้านบริการและการดูแลผู้โดยสารเรือสำราญ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว 2,087 คน
ขณะที่ STB ได้นำเสนอแนวโน้มตลาดเรือสำราญโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเสนอขยายความร่วมมือในปี 2570 ทั้งการฝึกอบรมผู้ประกอบการและตัวแทนท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการท่าเรือ การศึกษาดูงานท่าเรือสำราญในสิงคโปร์ ตลอดจนการเชื่อมโยงนักลงทุนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมเรือสำราญให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ทั้งสองประเทศเห็นพ้องเดินหน้าความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการส่งเสริมตลาด การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับมาตรฐานและศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมเรือสำราญ พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวเรือสำราญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ การประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 5 มีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ในช่วงปลายปี 2570
นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) ผู้แทนสายการเดินเรือสำราญ กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า และสมาคมธุรกิจเรือสำราญไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่พัทยา เกาะสมุย ภูเก็ต และสงขลา พร้อมหารือกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และ EECO ถึงความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการท่าเรือสำราญพัทยา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวของไทย
ขณะเดียวกัน ผู้แทนสายการเดินเรือสำราญยังได้ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่ง (Shore Excursion) ในกรุงเทพมหานคร อาทิ ย่านทรงวาด วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและเสาชิงช้า โครงการ PARAGON NEXTOPIA และบ้านจิม ทอมป์สัน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เพื่อสะท้อนความพร้อมและความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวเรือสำราญ ตลอดจนต่อยอดเส้นทางท่องเที่ยวบนฝั่งให้เกิดมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน