การประชุมสมัชชาสหพันธ์กีฬานานาชาติ 2018 (SportAccord Convention 2018)
เผยแพร่เมื่อ 17 เมษายน 2561

วันที่ 17
เมษายน 2561 ณ หอประชุมกองทัพเรือ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(รมว.กก.)
กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดประชุมสมัชชาสหพันธ์กีฬานานาชาติ
2018 (SportAccord Convention 2018) ต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี(นรม.)
โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, มร.
แพทริค เบาว์แมนน์ ประธาน SportAccord และประธาน Global
Association of International Sports Federations (GAISF), นายโธมัส
บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ (IOC), ชีค
อาหมัด อัลฟาฮัด อัลซาบาร์ ประธาน ANOC, คุณหญิงปัทมา
ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล, มร. สเตฟาน ฟ๊อกซ์
ประธาน Alliance of Independent Recognised Members of Sport (AIMS) และรองประธาน Global
Association of International Sports Federations (GAISF), นายสกล
วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. , พันโท รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์,
ผู้บริหารจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ผู้บริหารจาก SportAccord
และผู้บริหารจากวงการกีฬาของไทย ร่วมเป็นเกียรติภายในงาน
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม SportAccord Convention 2018
และกล่าวต้อนรับประธานคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ
ประธานสปอร์ตแอคคอร์ดและสมัชชาสหพันธ์กีฬานานาชาติ ตลอดจนแขกผู้ทรงเกียรติสู่ประเทศไทย
ดินแดนแห่งมรดกทางอารยธรรมและวัฒนธรรมอันงดงาม
นายกรัฐมนตรีมีความภาคภูมิใจที่การประชุมด้านกีฬาที่สำคัญยิ่งครั้งนี้มาจัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
และเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้ทราบว่า
ผู้แทนจากองค์กรกีฬาต่างๆ ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าร่วมการประชุมฯ
เพื่อร่วมจัดทำแผนงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิก นอกจากนี้
ยังมีการจัดนิทรรศการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ผลงาน นวัตกรรมกีฬา
ตลอดจนการแข่งขันกีฬารายการสำคัญในระดับนานาชาติ
ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำกีฬาจากทั่วโลกได้พบปะหารือ
และสร้างภาคีเครือข่ายด้านกีฬาระหว่างกัน ดังคำขวัญของการประชุมสปอร์ตแอคคอร์ด
ที่ว่า "Where
Sport Meets" ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าและแนวทางความร่วมมือด้านกีฬาในระดับนานาชาติ
โดยรัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพและคณะผู้จัดงานขอให้การสนับสนุนการประชุมอย่างเต็มที่
ช่วงเวลานี้ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ของไทย
นับว่าเป็นโอกาสพิเศษ
นายกรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมการประชุมจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ
เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่ยังคงงดงามมาจนถึงปัจจุบัน
เนื่องด้วยในปีนี้รัฐบาลได้ประกาศให้เป็น "ปีท่องเที่ยวไทย
เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน" จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่ผู้เข้าร่วมการประชุมจะพาครอบครัวมาท่องเที่ยว
และทำกิจกรรมเพื่อเป็นการบันเทิงและพักผ่อนได้สัมผัสกับความงดงามของวัฒนธรรมไทย
เที่ยวชมทิวทัศน์ที่สวยงาม แปลกตา ตลอดจนทดลองชิมอาหารริมทาง หรือ สตรีทฟู้ด
รสเลิศ ซึ่งประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองหลัก
ที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุดในโลกด้วย