กระทรวงท่องเที่ยวฯ วางแผนฟื้นฟู เยียวยา และกำหนดมาตรการป้องกัน เชื่อนักท่องเที่ยวมั่นใจการท่องเที่ยวไทย
เผยแพร่เมื่อ 16 กรกฎาคม 2561

จากเหตุการณ์เรือล่มที่เกาะเฮ
และเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561
เนื่องจากลมมรสุมและคลื่นลมแรงของท้องทะเลอันดามัน เป็นผลให้เรือนักท่องเที่ยวล่ม
จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือฟินิกซ์ เรือเซเนลิก้า และเรือเจ็ทสกี
ส่งผลให้มีผู้ประสบเหตุจำนวน 147 ราย เสียชีวิตจำนวน 47 ราย
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก)
ได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดในการสนับสนุนและให้การช่วยเหลือ ได้แก่
กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต-กระบี่ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
(TAC) 14 จังหวัดภาคใต้ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
จากกรมการท่องเที่ยว ในการเข้าไปดูแลผู้ประสบเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยส่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนด้านล่ามแปลภาษา ทั้งในโรงพยาบาล ศูนย์บัญชาการและศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยเรือล่ม
สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยานั้น
กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ
โดยเร่งด่วน ในวันที่ 9 กรกฎาคม
2561 เพื่อนำผลสรุปจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว
มาพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตาม "ระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พ.ศ. 2558"
ซึ่งขณะนี้ "กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา" สามารถรวบรวมเอกสารพร้อมจ่ายเงินเยียวยาแก่ญาติของนักท่องเที่ยวผู้เสียชีวิตจำนวน
30 คน คนละ 1,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 30,0000,000 บาท โดยผู้เสียหายรายอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม นอกจากนี้
ยังมีกรณีฟื้นฟูจิตใจซึ่งมีเอกสารครบพร้อมจ่ายเงินแล้วจำนวน 13 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 260,000 บาท (ในจำนวนนี้ขอรับการเยียวยาหยุดชะงักการเดินทาง จำนวน 12 คน รวมเป็นเงิน 102,000 บาท) รวมกองทุนฯ
พร้อมจ่ายเงินแล้วจำนวน 30,362,000 บาท
ส่วนที่เอกสารยังไม่ครบและยังไม่ยืนยัน จะประสานไปยังสถานทูตจีน รัสเซีย อเมริกา
ให้ติดต่อผู้ประสบภัยและญาติ และเมื่อสถานทูตส่งเอกสารมายังกองทุนฯ ครบถ้วน
จะดำเนินการตรวจสอบเอกสาร และดำเนินโอนเงินให้แก่ผู้ประสบภัยและญาติต่อไป (ข้อมูล
ณ 16 ก.ค.61 : 13.40 น.)
ถึงแม้ว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุเรือล่มจังหวัดภูเก็ต
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
แต่ข้อมูลเหล่านี้ประชาชนจีนยังไม่สามารถรับรู้ข้อมูลทั้งหมด
ทำให้มีบางส่วนมีความไม่พอใจ
ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย 9.8 ล้านคน สร้างรายได้ 5 แสนล้านบาท
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเกิดความรู้สึกกังวลและห่วงใยเกี่ยวกับระบบกู้ภัยความปลอดภัยระบบการเตือนภัย
ทำให้ขณะนี้มีการยกเลิกการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ในแง่ของการสื่อสาร
ปัจจุบันข้อมูลเพิ่มเติมการแจ้งเตือนถึงมาตรการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย
ลดเบาบางลง สื่อมวลชนสายหลักไม่มีการออกข่าวหน้าหลักถือเป็นสิ่งที่ดีของประเทศไทย
การเสพกระแสเรือล่มลดลงใน Social Media
ทั้งนี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้กำหนดแนวทางในการสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้ฟื้นกลับมานำคณะสื่อมวลชนไทยสายท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
เดินทางไปภูเก็ต วันที่ 17 - 18 กรกฎาคม 256
และเตรียมเชิญสื่อมวลชนจากประเทศจีนเดินทางมาภูเก็ตเร็วๆ นี้ รวมทั้ง
การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว
และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่าน ททท. สำนักงานทั้ง 5 แห่ง
ในประเทศจีน อย่างต่อเนื่อง, การจัดกิจกรรมต่างๆ
ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน
2561 โดย ททท. และผู้ประกอบการท่องเที่ยว/สายการบิน, การจัดกิจกรรม
Thailand Golf Travel Mart 2018 วันจันทร์ 23 - 25 กรกฎาคม 2561, การจัดกิจกรรม "ล่องเรือไหว้พระ
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์" วันที่ 27-29 กรกฎาคม 2561 ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา, Bangkok
Airways: Phuket Half Marathon วันที่ 5 สิงหาคม
2561 และโครงการมหกรรมอาหาร Phuket Tasty Fest วันที่ 1-2 กันยายน 2561 ณ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต
นอกจากนี้ ททท. ด้านตลาดในประเทศจะจัดกิจกรรม "เที่ยวข้ามภาค" กระตุ้นคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2561
ผ่านการจัดกิจกรรม งานเทศกาลต่างๆ
และการส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร่วมกัน
ปัญหาธุรกิจนอมินีนั้น
สร้างความเสียหายแก่ภาคการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน
และส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีอากรเข้ารัฐอย่างมหาศาล นายอนันต์
วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว
กล่าวว่า "จะเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบตั้งแต่การยื่นเอกสารจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
อัตราส่วนผู้ถือหุ้นและกรรมการในบริษัท รวมทั้งรายละเอียดของผู้ถือหุ้นและกรรมการว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมและเส้นทางของเงินทุนของบริษัท ซึ่งจากข้อมูลที่ได้พบว่ามีบริษัทนำเที่ยวที่เข้าข่ายนอมินี
ประมาณ 20% ของยอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในแต่ละเดือนที่มีเข้ามาประมาณ
30 ราย หรือประมาณ 5 ราย
โดยจำนวนบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องทั้งหมด 1.2 หมื่นราย
ซึ่งกรมการท่องเที่ยวได้จับตาดูกลุ่มนี้เป็นพิเศษ แต่การจะดำเนินมาตรการอะไรก็ยังต้องคำนึงถึงบรรยากาศและทิศทางการท่องเที่ยวของไทยด้วย"
นายวีระศักดิ์
กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมหารือกับภาครัฐและเอกชน
เรื่อง "ความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางน้ำ ทางถ้ำ ภูเขา หน้าผา" เมื่อวันศุกร์ ที่
13 กรกฎาคมที่ผ่านมาถึงเรื่องการป้องกันเหตุ
มิให้เกิดซ้ำๆ อีก
โดยสรุปเบื้องต้นว่าให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดดำเนินการดังนี้
1. สำรวจข้อมูลพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยวทางถ้ำ ภูเขา น้ำตก
หน้าผาและการเที่ยวทางน้ำ ทางทะเล
2. ให้จังหวัดจัดทำมาตรการการป้องกันและป้องปรามทัวร์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยคำนึงผลกระทบที่ไม่จำเป็นไว้ด้วย
3. ให้จังหวัดจัดทำแผนเผชิญเหตุ
การช่วยเหลือหากเกิดเหตุ
การยกเลิกการค้นหาจะกระทำได้เมื่อใดโดยผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้างเป็นต้น
4. ให้จังหวัดจัดทำแผนเยียวยาเมื่อมีเหตุเกิดไว้ล่วงหน้าเลย
เช่น ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คณะกรรมการประกันภัยของจังหวัดเขียนแผนภูมิไว้ให้เจ้าหน้าที่หน้างานตอบชาวต่างชาติได้
5. ให้สำรวจแผนงบประมาณ ปี 61/62 ที่เกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว
6. ปัญหาอุปสรรค ข้อกฎหมาย
ที่ติดขัดของแต่ละหน่วยงาน
7. ให้จังหวัดเชียงราย
และภูเก็ต นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เหตุการณ์
สรุปบทเรียน โดยให้คณะกรรมการท่องเที่ยวจังหวัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
และ ท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเลขาฯ เชิญประชุมเพื่อหาข้อสรุปดังกล่าว ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 20 ก.ค. 61