แถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 7 " TIFDF 2019 "
เผยแพร่เมื่อ 1 มีนาคม 2562

วันที่ 1 มี.ค. 62 นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร
ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายอนันต์
วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว
จัดงานแถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 7 หรือ Thailand
International Film Destination Festival 2019 : TIFDF2019
โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Beyond Destination Thailand เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของโลเคชั่นยอดนิยมของกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ
ด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การจัดการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำในประเทศไทยของเหล่านักศึกษาด้านภาพยนตร์จากนานาประเทศ
และนักศึกษาไทย
และการจัดฉายภาพยนตร์ดังที่ใช้ประเทศไทยเป็นโลเคชั่นสำคัญในภาพยนตร์
ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก ณ
พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ
นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร
ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า งานเทศกาลภาพยนตร์
ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 7 หรือ Thailand International
Film Destination Festival 2019 : TIFDF2019
ได้มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2556
โดยถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของโลเคชั่นยอดนิยมของกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ
กิจกรรมมีส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนา
เครือข่ายบุคลากรในวงการภาพยนตร์รุ่นใหม่ในนานาประเทศ
พร้อมด้วยการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยทั้งทางตรงและ
ทางอ้อมผ่านผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากนานาประเทศ
และผู้ที่ได้รับชมผลงานภาพยนตร์สั้นของผู้เข้าประกวด รวมถึงการจัด
กิจกรรมฉายภาพยนตร์ต่างประเทศชื่อดังที่มาถ่ายทำในประเทศไทยให้ผู้สนใจได้รับชม
เพื่อส่งต่อความภาคภูมิใจให้กับคน ไทยทุกคนในฐานะเจ้าบ้าน พร้อมฉายภาพให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเข้ามาของกองถ่ายทำภาพยนตร์
ต่างประเทศในประเทศไทย ที่ไม่ใช่เพียงการนำรายได้เข้าสู้ประเทศในทางตรง
แต่ยังหมายถึงการที่ประเทศไทยจะได้สื่อสาร และประชาสัมพันธ์ประเทศสู่สายตาชาวโลก
ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์อีกนานับประการในอนาคต
"TIFDF
ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการประชาสัมพันธ์ความพร้อมของประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านโลเคชั่น
สำหรับภาพยนตร์ต่างประเทศผ่านกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย
ที่ไม่เพียงแต่ความเพียบพร้อมของสถานที่สวยงามหลากหลาย ทั้งประเพณี
วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งศักยภาพของทีมงานคนไทย รวมไปถึงเครื่องมือ
เทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ
ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของการถ่ายทำภาพยนตร์จากทั่วโลก
ทั้งนี้อุตสาหกรรมการ ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยนั้น
มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะไม่เพียงแต่จะ
เป็นการนำเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศ
แต่ยังเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเผยแพร่ภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่
สวยงามของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกอีกด้วย
เฉกเช่นความสำเร็จของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่
เกิดขึ้นภายหลังการจัดฉายภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง อาทิ The Beach, Lost in
Thailand, James Bond 007, Hang Over เป็นต้น"
ในปัจจุบันกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย
มีทุกประเภท ทั้งภาพยนตร์เรื่องยาว รายการโทรทัศน์ มิวสิควิดีโอ สารคดี
ซึ่งสารคดีที่ถ่ายทำเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม
ประเพณีของไทยได้รับความสนใจ และเข้ามา ถ่ายทำอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก
นับเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยที่ส่งต่อสู่สายตาคนทั่วโลกด้วย ในปี 2561
มีกองถ่ายทำภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 714 เรื่อง
ถึงแม้จำนวนเรื่องจะน้อยกว่าปี 2560 ที่มีจำนวนเรื่องเข้ามาถ่ายทำ 810 เรื่อง
แต่กลับสร้างรายได้มากกว่า โดยปี 2561 ที่ผ่านมา สร้างรายได้สูงถึง 3,140 ล้านบาท
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศ
ไทย (Incentive Measures) และมีการคืนเงินให้กับผู้ผลิตภาพยนตร์แล้วจำนวน
6 เรื่อง ซึ่งเป็นภาพยนตร์จากสาธารณรัฐอินเดีย 3 เรื่อง ได้แก่ Junglee Race 3 และ The Forgotten Army จากสหรัฐอเมริกา
2 เรื่อง ได้แก่ Changeland และ Tripple Threat และจากฮ่องกง ได้แก่ เรื่อง Attrition
โดยทั้ง 6 เรื่องดังกล่าวใช้จ่ายเงินในประเทศไทยมากกว่า 400 ล้านบาท
จากการคืนเงิน ไปยังผู้ผลิตภาพยนตร์ทั้ง 6
เรื่องด้วยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน
ยิ่งสร้างความมั่นใจให้ผู้สร้างภาพยนตร์รายใหญ่ จากทั่วโลก
เลือกเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ปัจจุบันมีภาพยนตร์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการดังกล่าวจำนวน
4 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว 2 เรื่อง และอยู่ระหว่างการถ่ายทำอีก 2
เรื่อง โดยเห็นได้ชัดว่าแต่ละเรื่องที่มาถ่ายทำ และได้รับ สิทธิประโยชน์ฯ ทั้ง 4
เรื่องนั้น มีวงเงินสูงถึง 200 - 450 ล้านบาทต่อเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่ามาตรการดังกล่าว
เป็นที่ยอมรับในวงการ
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะจูงใจและดึงดูดให้ผู้ลิตภาพยนตร์ตัดสินใจเลือกว่าจะไปถ่ายทำ
ในประเทศใด ทั้งนี้ ยังมีภาพยนตร์อีกไม่น้อยกว่า 2 - 3 เรื่อง
ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นขออนุญาตการถ่ายทำภาพยนตร์ใน ประเทศไทย
ซึ่งแต่ละเรื่องใช้เงินลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท เพราะฉะนั้น
แน่นอนว่าประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการใช้
จ่ายเงินของกองถ่ายทำเหล่านี้เป็นอย่างมาก
ด้าน นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผยถึงรายละเอียดของโครงการ TIFDF 2019 ว่า "ในปีนี้ กิจกรรมของโครงการ TIFDF 2019 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Beyond Destination Thailand" ชูจุดเด่นของเมืองไทย ที่เหนือกว่าความเป็นแค่จุดหมายปลายทางของผู้ผลิตภาพยนตร์ทั่วโลก เพราะเหนือกว่าด้วยความโดดเด่นของโลเคชั่น ที่สวยงามมีความหลากหลาย ทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์ วัฒนธรรมและประเพณีอันล้ำค่า ที่มาพร้อมกับศักยภาพของทีมงาน และความพรั่งพร้อมของเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของกองถ่ายทำภาพยนตร์แบบ "เหนือความคาดหมาย" จนทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นโลเคชั่นยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคที่กองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ ให้การยอมรับ โดยได้ผสานแนวคิดนี้กับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศของรัฐบาล ที่มุ่งเน้น การประชาสัมพันธ์ 55 จังหวัดเมืองรอง เพื่อขยายโอกาสให้จังหวัดเมืองรองได้เผยแพร่ความสวยงามโดดเด่นของสถานที่ ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ สู่สายตาชาวโลก ผ่านผลงานภาพยนตร์สั้นของผู้เข้าแข่งขันภายใต้งานเทศกาล ภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2562 ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 เมษายน 2562 โดยในปีนี้ได้มีกิจกรรม หลัก ๆ คือ 1) การแข่งขันการถ่ายทา ภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "Beyond Destination Thailand" ที่มา พร้อมเงื่อนไขพิเศษในการให้ใช้ 55 จังหวัดเมืองรองเป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 26 - 31 มีนาคม 2562 โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ประเภท คือ