แถลงข่าวเปิดตัว AOT DIGITAL AIRPORTS : Turn Busy to Easy ผ่าน AOT AIRPORTS APPLICATION
เผยแพร่เมื่อ 21 สิงหาคม 2562
แชร์:

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วมในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ AOT DIGITAL AIRPORTS : Turn Busy to Easy ผ่าน AOT AIRPORTS APPLICATION โดยมีนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแถลงข่าว ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์
AOT DIGITAL AIRPORTS เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบ Application บนอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเลต เพื่อบริหารจัดการท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการในท่าอากาศยาน โดย Digital Platform นี้จะครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. โดยในช่วงแรกจะนำร่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในอนาคตจะเชื่อมโยงท่าอากาศยานพันธมิตรอีก 16 แห่งทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงสามารถนำข้อมูลการใช้งาน Application มาเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยาน เช่น ปริมาณของผู้โดยสาร ตามจุดต่างๆ แบบเรียลไทม์ ทอท. ยังสามารถนำข้อมูลมาวางแผนปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน รวมทั้งในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ได้ตรงใจผู้โดยสารมากขึ้น และสร้างประสบการณ์อันดีแก่ผู้โดยสาร
โดยในเบื้องต้น Application ดังกล่าวจะมีฟังก์ชันสำหรับให้ผู้โดยสารได้ใช้งาน ดังนี้
- Flight Information ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบิน เคาน์เตอร์เช็คอินและสัมภาระ
- Map and Navigation แผนที่อัจฉริยะ (Intelligence Map) ในอาคารผู้โดยสารพร้อมนำทางไปยังจุดต่างๆ
- Transport & Car Park บริการข้อมูลการให้บริการขนส่งสาธารณะและ การเดินทางภายในท่าอากาศยาน
- Facilities & Services บริการข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน
- Shop & Dine แหล่งรวบรวมข้อมูลสินค้า ร้านอาหาร พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ
- Flight Alerts แจ้งเตือน เที่ยวบินที่กำหนดไว้เพื่อให้ผู้โดยสารได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนไปท่าอากาศยาน
- Suggestion & Help Desk ช่องทาง การรับฟังข้อคิดเห็น
- Mobile Application Translation เครื่องมือช่วยแปลภาษาได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซีย และภาษาญี่ปุ่น