รมว.พิพัฒน์ เป็นประธานในงานเสวนาระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน หัวข้อ "Reopening Thailand Tourism: Is This The Light at The End of The Tunnel"
เผยแพร่เมื่อ 1 ธันวาคม 2564

วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 12.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานเสวนาระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน หัวข้อ "Reopening Thailand Tourism: Is This The Light at The End of The Tunnel" ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
รมว.พิพัฒน์ กล่าวว่า "ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานเสวนาของ สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ "Reopening Thailand Tourism: Is This The Light at The End of The Tunnel" ที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้สมาชิกของสภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย ถึงเป้าหมายและแผนกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวภายหลังการเปิดประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวของไทย ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวทางปฏิบัติ ที่ดีที่สุด ระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของไทยอย่างยั่งยืน ผมมั่นใจว่าที่ผ่านมาทุกท่านได้รับทราบถึงความพยายามของไทยในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวที่หยุดชะงักลง ส่งผลให้ประเทศไทยต้องหันกลับมาทบทวน และปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดําเนินการท่องเที่ยวให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal ท่ามกลางความพยายาม ในการปรับตัวเข้ากับความปกติใหม่ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ตัดสินใจที่จะริเริ่มฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผ่านการจัดทําโครงการนําร่องภูเก็ตแซนบ็อกซ์ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข และมาตรการสาธารณสุขแบบใหม่ ในวิกฤตที่ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ก็ยังคงมีแสงสว่างอยู่บ้าง ความสําเร็จของการจัดทําโครงการภูเก็ตแซนบ็อกซ์ ได้จุดประกายแห่งความหวังให้ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งกระตุ้นให้ประเทศไทย ต่อยอดแนวทางดังกล่าวไปสู่การเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยมากถึง 100,000 คน เสียงตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นประจักษ์พยานแห่งความสําเร็จ ของการเดินหน้าเปิดประเทศของไทย และตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยดําเนินนโยบายเพื่อฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวอย่างถูกทางแล้ว แม้ว่าในปัจจุบันการท่องเที่ยวของประเทศไทยรวมถึงทุกประเทศทั่วโลก ยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบกับวิถีชีวิตและความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป แต่การเดินหน้าฟื้นฟูการท่องเที่ยวยังคงเป็นสิ่งจําเป็น ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจในหลายๆประเทศดําเนินต่อไปได้ ประเทศไทย เองก็ตระหนักถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว และพร้อมที่จะเผชิญหน้าเพื่อรับมือกับความท้าทายในการนําพาการท่องเที่ยวไทยไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิมอย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่ปฐมบทใหม่ ผ่านแนวคิด "Amazing Thailand, Amazing New Chapters" ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดําเนินธุรกิจการท่องเที่ยว โดยมุ่งเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในไทย ผ่านการเล่าเรื่องราวใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่สอดรับ กับวิถีใหม่ New Normal อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีใหม่ดังกล่าวจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยหากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การเสวนาในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนมุมมอง และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐของไทย และภาคเอกชนของสหราชอาณาจักร เพื่อกําหนดทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแนวใหม่ของไทยให้บรรลุเป้าหมายเชิงคุณภาพ ทั้งในประเด็นการเสริมสร้างความปลอดภัย และความยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในมิติต่างๆระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรต่อไป"