รมว.กก. แถลงประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคท่องเที่ยว 2565
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2565

วันที่ 5 สิงหาคม 2565 (14.00น.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) แถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคด้านการท่องเที่ยว พ.ศ. 2565 ของประเทศไทย โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เผยประเทศไทยมุ่งชูประเด็น "Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน" เพื่อเป็นแนวทางในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 คลี่คลาย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ประเทศไทย โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 14 ถึง 20 สิงหาคม 2565 ณ กรุงเทพมหานคร ในรูปแบบ "Low Carbon" ภายใต้แนวคิด Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ จาก 21 เขตเศรษฐกิจกว่า 300 คน
Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน เป็นแนวคิดที่เน้นการจัดการการท่องเที่ยวแบบ องค์รวม โดยคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแหล่งท่องเที่ยวในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการฟื้นฟูทรัพยากรที่เสื่อมโทรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น การปรับสมดุลจํานวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับแหล่งท่องเที่ยว ให้ความสําคัญกับคุณภาพของการท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว สนับสนุนให้คนท้องถิ่นมีส่วนร่วมและได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รู้จักกันและรักษา ทรัพยากรธรรมชาติโดยนําเอาแนวคิด BCG(Bio Circular GreenEconomy) ภูมิปัญญาท้องถิ่นนวัตกรรมดิจิทัล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การท่องเที่ยวนําไปสู่ความยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกภาคส่วน ในทุกมิติ โดยในการประชุมครั้งนี้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ประเทศไทยจะผลักดันให้เกิดขึ้น ได้แก่ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้มีอนาคตที่ดีกว่าเดิม ทั้งนี้ ประโยชน์ที่ ประเทศไทยจะได้รับจากการเสนอแนวคิด คือ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการกําหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยวที่ต่อยอดมาจากแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) เพื่อจะช่วยฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ จากโควิด 19 ดูแลรักษาทรัพยากรในแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม เกิดการกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคในการฟื้นการท่องเที่ยวจากวิกฤตการณ์ โควิด 19 ให้คืนกลับมา และบรรลุเป้าหมายของการท่องเที่ยวที่นําทรัพยากรมาใช้แล้วช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นกว่าเดิม สังคม วัฒนธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ มีคุณค่ามากขึ้น เศรษฐกิจที่เน้นให้คนท้องถิ่นมีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สอดคล้องเชื่อมโยงกับ หัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปคปีนี้ของไทย คือ "Open. Connect. Balance." หรือ "เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล"
นอกจากการประชุมระดับรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปคและคณะทํางาน ยังมีกิจกรรมคู่ขนาน ได้แก่ การจัดสัมมนาวิชาการ ภายใต้หัวข้อ "Co Creating Regenerative Tourism" กิจกรรมทัศนศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวตลาดน้อย ย่าน เจริญกรุง และ สามพรานโมเดล จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดหลักของการประชุม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่น เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากนานาประเทศ และได้เน้นย้ำให้คนไทยร่วมกันสนับสนุนแนวคิด "การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน" ร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรในแหล่ง ท่องเที่ยวของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าตลอดไป