ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต้อนรับคณะทำงานท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 60
เผยแพร่เมื่อ 16 สิงหาคม 2565

วันที่ 16 สิงหาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ป.กก.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และต้อนรับคณะทำงานท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 60 โดยมี นายมงคล วิมลรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วม ณ โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร โดยในโอกาสนี้ ได้จัดเตรียมกระเป๋าซึ่งผลิตจาก "กระจูด" อันเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านจากจังหวัดนครพนม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เป็นของที่ระลึก เพื่อชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้หวนระลึกถึงช่วงเวลาที่ดี ที่ได้มีโอกาสเดินทางมาร่วมประชุมคณะทำงานเอเปคด้านการท่องเที่ยว ครั้งที่ 60 ณ เขตเศรษฐกิจไทย อีกด้วย
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในฐานะรัฐบาลและผู้แทนประชาชนชาวไทย ขอต้อนรับทุกท่าน เข้าร่วมการประชุมท่องเที่ยวเอเปค ปี 2022 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน ซึ่งการประชุมคณะทำงานเอเปคด้านการท่องเที่ยว ครั้งที่ 60 นี้ เป็นการประชุมแบบ Physical ครั้งแรกภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่ง ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเปค ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤติการท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ของโลก
ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสควบคู่กันไปเสมอ โดยในกรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้ช่วยให้พวกเราในฐานะที่อยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว ได้มองเห็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานได้อย่างกระจ่างชัดยิ่ง ในส่วนของไทย ประเด็นสำคัญบางเรื่องที่เห็นได้ชัด เช่น การพึ่งพิงตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงมาก การให้ความสำคัญอย่างไม่เพียงพอกับสมดุลในมิติต่างๆ ของการท่องเที่ยว และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนก่อให้เกิดความเปราะบาง และความผันผวนของภาคการท่องเที่ยว จนเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดคาดการณ์ได้ในครั้งนี้ ปัญหาต่างๆ จึงปะทุขึ้นมา เมื่อปี 2018 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนไทย ประมาณ 40 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่เขตเศรษฐกิจไทยประมาณ 2 ล้านล้านบาท และเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทยกันเองภายในประเทศ อีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่ครั้นเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ภาคการท่องเที่ยวของไทย กลับดำดิ่งจากจุดสูงสุด ลงเป็นศูนย์อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ ในช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม ปี 2020
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเสมือนสัญญาณชี้ชัด ว่าการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จำต้องอาศัยแนวคิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในรูปแบบใหม่ เพื่อฟื้นสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้กลับมาอยู่บนจุดสำเร็จสูงสุดที่เคยเป็น และพร้อมทะยานสู่ความหวังใหม่ที่จะยิ่งสดใสกว่าที่เคย การท่องเที่ยวเอเปคในยุคหลังโควิด ต้องการการปรับกระบวนทัศน์ จากแนวคิด Sustainable Tourism แบบเดิม ที่เพียงมุ่งอนุรักษ์สิ่งที่เป็นอยู่มิให้เสื่อมโทรม ไปสู่แนวคิด Regenerative Tourism ที่มุ่งมั่นสรรสร้างให้การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนที่สามารถ "มอบสิ่งดีกลับคืนแก่ระบบนิเวศ ที่การท่องเที่ยวอิงอาศัยอยู่" มากกว่าการเป็นภาคส่วนที่เน้นการใช้ หรือการบริโภคทรัพยากร
ในโอกาสนี้
ไทยได้เสนอการขับเคลื่อนแนวคิด Regenerative Tourism โดยอาศัยโมเดลเศรษฐกิจ Bio Circular Green which is also known as the BCG
Model ที่ได้รับการประกาศเป็นวาระแห่งชาติของไทย
ให้เป็นแนวคิดของการพัฒนาการท่องเที่ยวของเอเปคในอนาคต
ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่การมุ่งเน้น
การฟื้นสร้างและรักษาความสมดุลของทุกสิ่งไว้ให้ได้อย่างยั่งยืน
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจิตสำนึกของการให้คุณค่ากับการพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
และไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง จะแทรกซึมอยู่ในทุกช่วงจังหวะของการประชุม 60th
APEC Tourism Working Group ที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ในทุกประเด็นของการหารือ ไม่ว่าจะเป็น
Restarting of Travel and Tourism, and issues on labour
and workforce in the sector in the post Covid 19 world,
Consideration of APEC Tourism Strategic Plan 2020 ถึง 2024 in all priority areas,
Viewing of Gastronomy as a drive for desirable change,
Regenerative Tourism and the future of APEC tourism และการหารือในทุก ๆ เรื่อง
"ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านในที่นี้ ล้วนเป็นผู้มีบทบาทเป็นกลไกหลักสำคัญ ในการขับเคลื่อนพัฒนาการท่องเที่ยวของเอเปคในอนาคต ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตามที่เราต่างมีภาพฝันไว้ร่วมกัน คือ การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเปคที่เจริญรุ่งเรือง มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ แก่ประชาชนเอเปคทุกผู้ทุกนาม ได้ตราบนานเท่านาน" ปลัดฯ ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวทิ้งท้าย