ตรวจติดตามการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เผยแพร่เมื่อ 23 มีนาคม 2555
นายสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตรวจติดตามการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายสมประสงค์ โขมพัตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายจาตุรนต์ ภักดีวานิชผู้อำนวยการสำนักแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ร่วมตรวจติดตามในครั้งนี้ด้วย เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๕.๐๐ น.
ผลการตรวจติดตามสรุปได้ดังนี้
๑. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เปิดช่องการตรวจลงตราและลดขั้นตอนการตรวจเพื่อเพิ่มความรวดเร็วให้แก่ผู้โดยสาร ปัจจุบันได้เปิดช่องตรวจขาเข้า ๗๘ ช่องตรวจ จากทั้งหมด ๙๐ ช่องตรวจ ขาออกได้เปิดใช้ครบทุกช่องตรวจ จำนวน ๑๒๔ ช่องตรวจ และในวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๕ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะนำระบบตรวจอัตโนมัติ (AUTO CHANNEL) มาใช้กับผู้โดยสารชาวไทย จำนวน ๑๖ เครื่อง แบ่งเป็น ขาเข้า ๘ เครื่องและขาออก ๘ เครื่อง โดยที่ผู้โดยสารไม่ต้องถ่ายรูปและกรอกบัตร ตม. ๖ และในอนาคตจะพัฒนาระบบสารสนเทศที่สามารถเชื่อมต่อไปยังผู้ขายบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งจะทำให้ทราบข้อมูลผู้โดยสารตั้งแต่กระบวนการซื้อบัตรโดยสาร
๒. การบูรณาการในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวนั้นได้มีการบริหารจัดการดังนี้
๒.๑ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะจัดเจ้าหน้าที่ให้เต็มทุกช่องตรวจ
๒.๒ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะจัดเจ้าหน้าที่มาช่วยอำนวยความสะดวกทั่วไปจำนวน ๕๗ คน
๒.๓ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกำลังกองร้อยน้ำหวาน จำนวน ๕๐ คน ช่วยในการจัดระเบียบแถวและรักษาความปลอดภัย
๒.๔ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลลงบัตร ตม. ๖ จำนวน ๔๕ คน
๒.๕ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนเจ้าหน้าที่ช่วยแปลภาษาให้กับผู้โดยสารที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เช่น รัสเซีย จีน เกาหลี และญี่ปุ่นเป็นต้น จำนวน ๑๕ คน และจะจัดจ้างเพิ่มเติม อีก ๑๐ คน ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลสงกรานต์
๒.๖ เจ้าหน้าที่ของสายการบินจะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาผู้โดยสารบริเวณหน้าช่วงตรวจหนังสือเดินทาง ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่มาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ต้อนรับ
๓. ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีข้อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๓.๑ ควรเพิ่มสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างหนัก ทุ่มเท เสียสละ ซึ่งปัจจุบันการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้สนับสนุนเพียงเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และอาจต้องหารือเรื่องนี้กับสำนักงบประมาณต่อไป
๓.๒ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ควรจัดหาห้องพักผ่อนให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกและอาหารว่าง โดยผู้บริหารการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยินดีรับไปดำเนินการ
๓.๓ หากจะพิจารณาเปิดช่องตรวจพิเศษสำหรับผู้โดยสารประชาคมอาเซียน จะมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปศึกษา และพิจารณารูปแบบการดำเนินการต่อไป
๓,๔ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้รูปแบบการบริหารจัดการแบบบูรณาการลักษณะนี้ไปใช้กับท่าอากาศยานอื่นในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเวลา ๑๘.๐๐ น.