ครบรอบ ๑๐ ปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เผยแพร่เมื่อ 4 ตุลาคม 2555

3 ตุลาคม 2555 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครบรอบ 10 ปี ในการก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 ที่ผ่านมา ผ่านมาวันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผ่านมือการบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการฯ มากถึง 6 คน
แน่นอนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีผลงานออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากมาย โดยเฉพาะในรอบขวบปีของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี
ปรากฏ ว่าผลการดำเนินการของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การนำของ "นายชุมพล ศิลปอาชา" รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำนาวา นั้นมีผลงานเจิดจรัสอย่างยิ่ง จนสามารถนำนาวาแห่งนี้ได้รับการยอมรับเป็น 1 ใน 3 ของกระทรวงที่มีผลงานโดดเด่นในการจัดอันดับของโพลต่างๆ
มา วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เต็มวัย 10 ปี และกำลังก้าวสู่ปีที่ 11 ทางกระทรวงฯ ได้มีการจัดงานครบรอบ 10 ปี วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมี นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้บรรดาแขกผู้ใหญ่ในวงการกีฬาและวงการท่องเที่ยว แห่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้มหลาม อาทิ นายสมบัติคุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา, นายสมพงษ์ ชาตะวิถี อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา, นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และตัวแทนจากสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ
สำหรับการครบรอบ 10 ปีกระทรวงฯ ในครั้งนี้นอกจากจัดทำพิธีทางสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว นายชุมพล ได้เป็นประธานปล่อยแถวระดมป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและอำนวยความสะดวกให้กับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วย
นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษฟุตบอลการกุศล เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวของ ดาบตำรวจ ปราโมทย์ ธีระวิวัฒน์ อดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย วัย 45 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย อีกด้วย
สำหรับการ ครบรอบ 1 ทศวรรษของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกำลังเติบใหญ่ในวัย 11 ปีนั้น "เจ้ากระทรวงชุมพล" ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองของเราประสบปัญหามากมาย แต่สามารถฝ่าวิกฤติมาได้ ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยวและกีฬา ที่สำคัญใน 1 ปีที่ผ่านมาการกีฬาของไทยก้าวไกลไปสู่ความเป็นเลิศหลายด้าน ทั้งในเรื่องการส่งเสริมการออกกำลังกาย เล่นกีฬาและประกอบกิจกรรมนันทนาการอย่างทั่วถึงในทุกช่วงวัย, มีการจัดหาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการกีฬาที่ทันสมัย ได้มาตรฐานให้เพียงพอทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จัดการแข่งขันและสนับสนุนความร่วมมือในการจัดกิจกรรมกีฬาทุกระดับ, ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกีฬาของภูมิภาคและของโลกโดยการจัดประชุม และจัดการแข่งขันกีฬารายการสำคัญๆ
นอกจากนี้สนับสนุน นักกีฬาไทยให้คว้าชัยเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 และพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ประเทศอังกฤษ รวมถึงผลักดันกฎหมาย กฎระเบียบทางการกีฬาเข้าสู่สภามากเป็นประวัติการณ์ถึง 4 ฉบับ เช่น พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย, พ.ร.บ.ควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬา, พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ และพ.ร.บ.สถาบันพลศึกษา
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ภาคภูมิใจในการทำงาน และขับเคลื่อนงานของวงการกีฬาให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ดัง นั้นในก้าวสู่ปีที่ 11 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากรักษาระดับการทำงานที่ยอดเยี่ยมให้ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว "ประมุขชุมพล" บอกอีกว่า จากวันนี้ไปกระทรวงฯ ต้องเจริญเติบโตต่อไป และต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งกีฬาและการท่องเที่ยว เพราะตนเชื่อว่า กีฬาเป็นสิ่งกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้ซึ่งทั้งสองส่วนนี้เป็นสิ่งที่เกื้อกูลและส่งเสริมซึ่งกันและกัน