กระทรวงท่องเที่ยวฯ จับมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลุยภูเก็ตฟื้นความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
เผยแพร่เมื่อ 26 กรกฎาคม 2556

นาย
ทั้งนี้จากสาเหตุที่มีการร้องเรียนจากผู้ประกอบการในพื้นที่ และเอกอัครราชทูตในกลุ่มทวีปยุโรปกว่า 16 ประเทศ รวมถึง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอินเดีย ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีการดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีการคุกคาม ข่มขู่ และทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้เข้าพบนาย
การเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ รมว.กก. และคณะได้ประชุมร่วมกับการท่าอากาศยานภูเก็ต และสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต เพื่อรับทราบมาตรการหรือแนวทางจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับรถรับจ้าง (TAXI) ที่มีลักษณะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลข่มขู่และทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยว รวมถึงได้รับทราบปัญหาที่อาจจะบูรณาการเพื่อแก้ไขร่วมกัน โดยจะใช้สถานที่ประชุมหารือกัน ณ สำนักงานท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต และหลังจากนั้น รมว.กก. ได้นำคณะไปประชุมกับตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภูเก็ต สำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ศาลากลางภูเก็ต เพื่อรับทราบปัญหาทั้งเรื่องของรถรับจ้าง (TAXI) และการดำเนินการกับตัวแทนถือครองหลักทรัพย์ (Nominee) ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มชาวต่างชาติมาเปิดบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร โดยว่าจ้างคนไทยให้เป็นนอมินี โดยการจัดตั้งบริษัททัวร์รับนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ใช้แท็กซี่ป้ายดำ โรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งเป็นเครือข่าย ทำให้เงินรายได้จากการท่องเที่ยวไม่เข้าสู่ระบบการคลังของประเทศ หรือเป็น "ทัวร์ศูนย์เหรียญ"
ในภาคบ่าย รมว.กก. ได้นำคณะทั้งจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และจาก DSI ลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเพื่อตรวจสภาพข้อเท็จจริงรวมถึงสอบถามข้อมูลต่างๆ กับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวในบริเวณพื้นที่หาดป่าตองด้วย