รมว.ท่องเที่ยวลงพื้นที่เกาะเสม็ดเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังสิ้นคราบน้ำมัน
เผยแพร่เมื่อ 2 สิงหาคม 2556
แชร์:

เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) นำคณะผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้แทนจากสำนักงบประมาณไปยังหาดทรายแก้วบีช รีสอร์ท เกาะเสม็ด จ.ระยอง เพื่อพบปะหารือกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภทบนเกาะเสม็ดกว่า ๘๐ คน เพื่อรับฟังปัญหาที่เป็นผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยวของเกาะเสม็ด ต่อกรณีท่อส่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่เกิดรั่วไหลตั้งแต่เช้าวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นผลให้ปริมาณน้ำมันกว่า ๕๐,๐๐๐ ลิตรเอ่อขึ้นกลางท้องทะเลอ่าวไทยบริเวณหน้าอ่าวพร้าว ทางฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด ซึ่งนอกจากจะสร้างปัญหาด้านมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ บริเวณ ทั้งหาดทราย ภูผา ที่ถูกคราบน้ำมันจำนวนมากจับตัวเป็นพื้นที่กว้างแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีการแพร่ภาพข่าวผ่านสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องกันอย่างกว้างขวาง
นายสมศักย์ (รมว.กก.) กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ต้องยอมรับว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ได้รวมตัวกันเข้าไปปฏิบัติการอย่างทันท่วงที ทั้งในระยะเร่งด่วนเพื่อขจัดคราบน้ำมันให้หมดโดยเร็วที่สุด และในระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาด้านนิเวศวิทยาที่ต้องสูญเสียไปบางส่วน และเชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมีผลเพียงด้านกายภาพ มิได้ส่งผลกระทบรุนแรงถึงด้านภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว หรือด้านจิตใจของนักท่องเที่ยว ที่จะเกิดความหวาดระแวงจนไม่กล้าเดินทางไปท่องเที่ยว แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงวิกฤติคราบน้ำมันดังกล่าวก็มีนักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ยกเลิกการพักแรมบริเวณรีสอร์ทด้านอ่าวพร้าว ซึ่งมีอยู่เพียง ๓ แห่ง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนจุดหมายปลายทางใหม่ ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ซึ่งพักอาศัยอยู่ทางแนวฝั่งตะวันตกของตัวเกาะ ได้มีการโยกย้ายไปพักยังฝั่งตะวันออกแทน จนทำให้ที่พักหลายแห่งทางด้านหาดทรายแก้วกับหาดวงเดือนถูกจองเต็มอยู่ในขณะนี้
นายสมศักย์ (รมว.กก.) ได้กล่าวในตอนท้ายสุดว่า การหารือร่วมกับผู้ประกอบการในครั้งนี้เพื่อเป็นการรับฟังปัญหาซึ่งเป็นผลกระทบต่อผู้ประกอบการในภาพรวม ทั้งนี้ก็เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับไปวางแผนเยียวยาและฟื้นฟู โดยได้เตรียมให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งดำเนินการพัฒนาจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาให้กลับฟื้นฟูคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้เตรียมมอบให้ ททท.จัดกิจกรรมทางด้านการตลาด ประเภทปาร์ตี้ดนตรีเบาๆ บนชายหาด เพื่อชักชวนนักท่องเที่ยวกลับคืนสู่เกาะเสม็ด กับให้เตรียมแผนสองรองรับด้วยการหาแหล่งท่องเที่ยวในเครือข่ายมานำเสนอขาย เช่น ความงดงามบนเส้นทางสายเฉลิมบูรพาชลทิต ระยะทาง ๑๑๑ กิโลเมตร ที่เลียบทะเลอ่าวไทย เชื่อมระหว่างชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี และตราด สำหรับการดำเนินการเร่งด่วนจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมาโดยการจัด "ก๊อกแก๊กทัวร์" ในวันที่ ๑๗ สิงหาคมศกหน้า เพื่อเชิญสื่อมวลชนจากทุกสำนักมาเยี่ยมเยือนเกาะเสม็ดและยืนยันต่อชาวโลกว่าความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางฝั่งตะวันออกของประเทศไทยได้หวนกลับมาแล้ว