ประชุมเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้
เผยแพร่เมื่อ 18 พฤษภาคม 2558
แชร์:

วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุม "คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว ประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ครั้งที่ 1/2558" เพื่อหารือเตรียมการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวอันจะเป็นการสร้างความเข้าใจให้เกิดการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดการบูรณาการร่วมกัน และเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเขตนี้มีนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว ประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเศาวนิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวคุณภาพเติบโตอย่างยั่งยืนบนความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นทั้งแหล่งสร้างรายได้ แหล่งกระจายรายได้ แหล่งสร้างงาน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน บนอัตตลักษณ์ของความเป็น"อารยธรรมอีสานใต้" ซึ่งนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมผลักดัน เป็นเครือข่ายไปด้วยกัน เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับนโยบายถึง ระดับพื้นที่ และชุมชน โดยหวังว่าจากการที่ได้ร่วมหารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันจะนำมาซึ่ง จุดเริ่มต้นก้าวแรกที่จะ Kick off ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่ได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทันกับการตั้งคำของบประมาณในปี งบประมาณ พ.ศ. 2560 และจะต้องสอดคล้องกับเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติ ที่ต้องการให้เป็นแผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของ ทุกฝ่าย และเป็นความต้องการโดยรวมของคนในพื้นที่จริงๆ รวมถึงจะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ และกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวนั้น
โดยในการประชุมได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 30 ท่านประกอบด้วย
- ผู้ว่าราชการจังหวัดประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้
- ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ
- ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ประธานหอการค้าจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทุกจังหวัด
- ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทุกจังหวัด
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด (จังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของเขตพัฒนาการท่องเที่ยว)
การจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยว ประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งไม่ได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เสียทีเดียว เนื่องจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน พร้อมทั้งมีการจัดประชุมระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 5 จังหวัด เพื่อประเมินเอกลักษณ์/อัตลักษณ์ความโดดเด่นของพื้นที่ การกำหนดวิสัยทัศน์ แนวทางการพัฒนา แผนงาน/โครงการที่สำคัญ ไว้บ้างแล้ว ภายใต้โครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยว 5 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2559-2560 ซึ่งคณะกรรมการสามารถนำไปพิจารณากลั่นกรองหรือพัฒนาต่อยอดเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ ในเขตของท่านได้ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด หรือพื้นที่เฉพาะ ที่ท่านสามารถนำมาบูรณาการร่วมกันได้ ซึ่งคงจะมีการหารือกันในวาระถัดไป
เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ในอนาคตจะกลายเป็นพื้นที่หลักด้าน การท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคแถบนี้ เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แหล่งโบราณคดี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประสาทหินพิมาย อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง การค้าชายแดนตลาดอินโดจีน ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศได้เป็นอย่างดี การพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของการท่องเที่ยวจึงเป็นประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สะท้อนความเป็นอารยธรรมอีสานใต้
ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักหรือ Core Product ของเขตพื้นที่นี้ ทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลัก การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน การส่งเสริมการตลาด และการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ให้เอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม เป็นต้น ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการพัฒนาและขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ในการจัดทำแผนปฏิบัติการ มีประเด็นหลักๆอยู่ 2 เรื่องที่จะต้องเร่งให้เห็นผลในเชิงรูปธรรม เรื่องแรก คือ กรอบระยะเวลาดำเนินงานต้องให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2558 เนื่องจากยังมีขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนให้หน่วยงานนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อจัดทำคำของบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เรื่องที่สอง คือ กรอบแนวทางการพัฒนา จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การปฏิรูปท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560 และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559
เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ในอนาคตจะกลายเป็นพื้นที่หลักด้าน การท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคแถบนี้ เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แหล่งโบราณคดี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประสาทหินพิมาย อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง การค้าชายแดนตลาดอินโดจีน ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศได้เป็นอย่างดี การพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของการท่องเที่ยวจึงเป็นประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สะท้อนความเป็นอารยธรรมอีสานใต้
ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักหรือ Core Product ของเขตพื้นที่นี้ ทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลัก การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน การส่งเสริมการตลาด และการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ให้เอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม เป็นต้น ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการพัฒนาและขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ในการจัดทำแผนปฏิบัติการ มีประเด็นหลักๆอยู่ 2 เรื่องที่จะต้องเร่งให้เห็นผลในเชิงรูปธรรม เรื่องแรก คือ กรอบระยะเวลาดำเนินงานต้องให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2558 เนื่องจากยังมีขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนให้หน่วยงานนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อจัดทำคำของบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เรื่องที่สอง คือ กรอบแนวทางการพัฒนา จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การปฏิรูปท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560 และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559