การท่องเที่ยววิถีเกษตรและการกระจายรายได้สู่ภาคการเกษตร
เผยแพร่เมื่อ 19 พฤษภาคม 2558

ผลการบูรณาการครั้งนี้จะก่อให้เกิดความสำเร็จอันดีหลายประการ คือ
1. เกิดการท่องเที่ยวชุมชนมากยิ่งขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อดูขบวนการปลูกข้าวของชาวนาไทย การพัฒนาและเพาะสายพันธ์ไม้สวนทั้งผักและผลไม้ การท่องเที่ยววิถีผ้า
2. ทำให้ภาคการเกษตรมีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งกรมท่องเที่ยวได้ดำเนินการอยู่ การบูรณาการจะทำให้ช่วยยกระดับขีดความสามารถให้มีมาตรฐานดียิ่งขึ้น
3. Farmer Market ตลาดพืชผลเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่ม, ท่องเที่ยวตลาดชุมชน, ตลาดสด
4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ผลไม้ ผ้าพื้นเมือง และอาหารอื่นๆ เป็นต้น
ที่ผ่านมา ททท. ได้ร่วมกับกรมหม่อนไหม ในการพัฒนาโซเชียลมีเดีย ทำเว็บลิงค์ จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์หม่อนไหม และจะร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พัฒนาชุมชนเกษตร ชมขบวนการผลิต "ข้าวไทย" การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การท่องเที่ยวเชิงการเกษตรที่ จังหวัดตราด เพลิดเพลินกับการชื่นชมและชิมรสชาติผลไม้สดๆจากสวน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา
สำหรับ Home Stay จะมีการกำหนดให้มีมาตรฐานตัวชี้วัด Home Stay ไทยใน 8 ด้าน เช่น ที่พัก อาหาร การบริหารงาน เพิ่มมูลค่าเพิ่ม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม กิจกรรมท่องเที่ยว ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์ชุมชน โดย Home Stay ในเมืองไทยมีประมาณ 250 ราย ได้รับมาตรฐานทั้งสิ้นแล้ว 142 ราย
นอกจากนี้กรมท่องเที่ยวจะนำชุมชนไปดูงานด้านนวัตกรรมการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรเช่นการแปรรูป ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ณ ญี่ปุ่น มีการพัฒนาเนื้อหา (Content) ให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น
ส่วนททท. ได้เสนอให้มีกระทรวงเกษตรฯ ร่วมจัด Content ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรุกเข้าในกลุ่ม Nich Market เช่น การเชิญนักออกแบบดีไซน์เนอร์ชื่อดังมาเที่ยว น่าน สุรินทร์ กาฬสินธุ์ มาเที่ยวมาชมผ้าไทย รวมถึงการเชิญสื่อ หรือผู้จัดทัวร์ใหญ่ๆ มาทดลองเส้นทางการท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้
ในที่ประชุม รมว. เกษตร เสนอให้มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน 5 ระดับคือ
1. Group Tour ซึ่งททท. ได้ดำเนินการอยู่ มีเส้นทางการท่องเที่ยวทั้งประเภทท่องเที่ยวไปเช้าเย็นกลับ หรือประเภทท่องเที่ยวทริปสั้นๆค้าง 1 คืน
2. Home Stay ประเภทนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตนเอง
3. Short Visit เป็นการเยี่ยมชมหรือแวะซื้อผลิตภัณฑ์ ในระหว่างเส้นทางการท่องเที่ยว ประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง
4. สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประเภท CSR เช่น การปลูกป่าชายเลน
5. Linkage อาจไม่ได้เที่ยวโดยตรง แต่มาซื้อของ ดูการปลูกผักผลไม้
ขณะที่ รมว. การท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอแนวทางในการบูรณการร่วมทั้ง 2 กระทรวง เช่น
1. โครงการเชื่อมโยง B to A (Business to Agriculture) เช่น การเปิดโอกาสให้ธุรกิจ เช่น โรงแรม ภัตตาคาร ซื้อสินค้าตรงกับเกษตรกรผู้ผลิต สนับสนุนการปลูกและจำหน่ายผักออร์แกนิค
2. การพัฒนา เนื้อหาของแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงสินค้าเกษตร เช่น Home Stay การท่องเที่ยววิถีข้าว การท่องเที่ยววิถีผ้า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ การจัดกิจกรรมCSR หรืออื่นๆ
3. การพัฒนาตลาดชุมชน ตลาดสด ตลาดเช้า เพื่อเน้นการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคโดยตรง รวมถึง Farmer market
4. การบูรณาการด้านการจัดกิจกรรม การประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงข้อมูล