รมว.กก. ตรวจมาตรการคุมเข้ม "ไวรัสเมอร์ส" ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เผยแพร่เมื่อ 21 มิถุนายน 2558

วันที่ 21 มิถุนายน 2558 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายขจร วีระใจ รักษาการปลัด กก. นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัด สธ. นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผอ.สำนักโรคติดต่อ พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผบก.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าจาก 37 สายการบินที่มาจากประเทศตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือ โรคเมอร์ส พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ประจำศูนย์ได้สาธิตและแนะนำการตรวจสุขภาพนักท่องเที่ยว และผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ จากนั้น เดินตรวจจุดบริการแท็กซี่ของสนามบินณ สนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าภายหลังพบผู้ป่วยเมอร์สรายแรกในไทยนั้น จากการตวจสอบยอดการจองทัวร์ และการจองโรงแรมไม่ได้มีการยกเลิกอย่างที่กังวล ทั้งนี้จากการติดตามมาตรการควบคุมโรคและได้มาเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในวันนี้แล้วทำให้มั่นใจมากชึ้นว่ากระทรวงสาธารณสุขจะสามารถดูแลสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับประเทศไทยเราเคยมีประสบการณ์ในการจัดการกับสภาวะวิกฤตมาหลายครั้งจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก สิ่งสำคัญคือต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาทและจะนำสิ่งเหล่านี้ไปประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบต่อไป
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกกำหนด มีการให้ความรู้ผู้โดยสารบนเครื่องบินให้ทราบถึงการปฎิบัติตัว การติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน ถ้ามีไข้จะเชิญตัวแยกออกมารับการรักษาและส่งต่อ หากไม่มีไข้จะต้องสังเกตอาการและสอบประวัติอย่างเข้มงวด พร้อมรายละเอียดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่ชัดเจน เมื่อพ้นจากสนามบินเป็นหน้าที่ของ สธ.ในการติดตามไปถึงโรงแรมที่เข้าพัก ติดตามเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และคนขับแท็กซี่พร้อมครอบครัวด้วย เพราะถือเป็นผู้สัมผัสผู้มีความเสี่ยง ทั้งนี้ หากผู้เดินทางมีอาการไข้ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อให้ประสานมายัง สธ. จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลที่โรงแรมและควบคุมการส่งต่อไปยัง รพ.ต่อไป ขอความร่วมมือผู้ป่วยอย่าเดินทางมาเอง เพื่อเป็นการตัดวงจรแพร่เชื้อ
ด้านนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการจัดหลุมจอดเครื่องบินไว้รองรับเที่ยวบินที่มาจาก 7 ประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ โอมาน การ์ตาร์ ซาอุดิอาราเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน จอร์แดน และเกาหลีใต้ มีจุดคัดกรองผู้โดยสารด้วยเครื่อง Thermoscan 4 จุด ได้แก่ บริเวณด่านควบคุมโรคติดต่อ อาคารเทียบเครื่องบิน E ก่อนทางเข้าจุดตรวจผู้โดยสารขาเข้า โซนตะวันออกและตะวันตก และบริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน F และเพื่อให้การคัดกรองผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีการปรับการตั้งค่าเครื่อง Thermoscan ให้จับอุณหภูมิร่างกายได้ลดลงจากเดิมคือ 37 องศา เป็น 36.5 องศา นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดทุกพื้นที่ที่มีการสัมผัสกับผู้โดยสาร เช่น ห้องน้ำ จุดเช็คอิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง จุดให้บริการรถแท็กซี่เป็นต้น และยังมีการติดตั้งเจลล้างมือกระจายตามจุดต่างๆ ในอาคารผู้โดยสารกว่า 200 จุด รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ สำหรับแจกให้กับผู้โดยสารและผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สายการบิน ที่มีเที่ยวบินเดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดให้ประกาศให้ผู้โดยสารทราบถึงมาตรการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและแจกเอกสาร Health Beware Card บนเครื่องบินด้วย ทั้งนี้หากผู้โดยสารที่มีอาการไข้หรือสงสัยว่าจะป่วย ให้แจ้งไปยังด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศโทร. 02-134-0136-9 ทันที
ด้านพลตำรวจตรีสุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (สตม.) ขอความร่วมมือให้ผู้ที่จะเดินทางไป 7 ประเทศกลุ่มเสี่ยง กรอกเอกสารในด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างละเอียด ทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามตัว โดยทางสตม. จะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อให้เกิดความรวดเร็วหากพบผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วย