แถลงข่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 8 กรกฎาคม 2558
เผยแพร่เมื่อ 8 กรกฎาคม 2558

จำนวนนักท่องเที่ยววันที่ 1-5 กรกฎาคม 2558 มีจำนวน381,229คนขยายตัวร้อยละ38.66จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยนักท่องเที่ยว 2 อันดับแรกคือจีนและมาเลเซีย
รายได้จากการท่องเที่ยวนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน (5 ก.ค. 58) มีรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว 1.07 ล้านล้านบาทขยายตัวร้อยละ 22.06 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมีการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็นเนื้อเดียวกันคือ "สร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน มีคุณภาพ กระจายรายได้ ทำให้คนรักประเทศไทย สร้างการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ พัฒนาคนให้มีคุณภาพ รักสามัคคี มีวินัยต่อกัน การกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว"
ขอเริ่มต้นสร้างความมั่นใจให้ประเทศไทย ด้วยการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยที่ยังจะดีมากไปจนถึงปลายปี 2558 โดยดูจาก Forward Booking ของการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า กรกฎาคม 2558 เพิ่มขึ้น +43% , สิงหาคม 2558 เพิ่มขึ้น +30% และกันยายน 2558 เพิ่มขึ้น +40% จากปีที่แล้ว
สำหรับในมิติการปฏิรูปด้านการท่องเที่ยว เตรียมนำเสนอร่างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558 - 2560แบบบูรณาการ 8 กระทรวง ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อ "วางรากฐานการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพอย่างมีดุลยภาพและยั่งยืน"และบรรลุเป้าหมาย 3 ด้าน ได้แก่
1.ด้านเศรษฐกิจ ปี 2559 สร้างรายได้ 2.3 ล้านล้านบาท และ ปี2560 สร้างรายได้ 2.5 ล้านล้านบาท และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม
2.ด้านสังคม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและอนุรักษ์วิถีไทย
3.ด้านสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน
1.เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา(เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, และพะเยา)มีเป้าหมายหลักเพื่อมุ่งสู่ "การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาเชิงสร้างสรรค์เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง"เพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงไทย ลาว พม่าและจีน บนฐานความหลากหลายของทรัพยากรการท่องเที่ยว โดยเน้นวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนา และการสร้างคุณค่าและมูลค่าจากทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
2.เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน(ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, ตรัง, และสตูล)มุ่งเน้น"การท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก บนฐานวัฒนธรรมอันดามัน"โดยมุ่งพัฒนาให้จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงและกระจายนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งพัฒนาเมืองท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ตรัง และสตูลเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพทางการแข่งขันได้ในระดับสากล ต่อยอดฐานและสร้างคุณค่าให้กับต้นทุนทางวิถีชีวิต วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของอันดามันสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล
3.เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ (นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, และอุบลราชธานี)มีเป้าหมายหลัก"การท่องเที่ยวแห่งวิถีชีวิตอีสานใต้ร่วมสมัย เชื่อมโยงลาว กัมพูชา และเวียดนาม"โดยการพัฒนายกระดับอารยธรรมอีสานใต้ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทางการท่องเที่ยว พัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสีสัน หลากหลายกิจกรรม เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของการท่องเที่ยว ที่ผสมผสานกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอีสานใต้ และการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
4.เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก (ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, และตราด)เน้น"การท่องเที่ยวชายทะเล สีสันตะวันออกระดับสากล ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงสู่นานาชาติ" โดยมุ่งพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสัน กิจกรรม และเทศกาล เช่น ที่พัทยา สร้างให้เป็น Sport Destination ใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เน้นการเพิ่มคุณค่า ชายทะเลตราด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดจนเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล
5.เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก (เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, และระนอง)มีเป้าหมายหลัก "การท่องเที่ยวพักผ่อนเพื่อสุขภาพชั้นนำของโลก"โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและผู้สูงอายุ ยกระดับเป็นเมืองพักผ่อนเพื่อสุขภาพระดับสากล ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ