แถลงข่าวสร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน เพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
เผยแพร่เมื่อ 3 ธันวาคม 2558

วันที่ 3 ธันวาคม 2558 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) แถลงข่าวสร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน ร่วมกับ ผู้แทนสายการบินและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล (รมว.กก.) เปิดเผยจากการประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการสายการบินเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา FAA ลดระดับมาตรฐานการบินของไทย กระทรวงฯ มีการหารือกับผู้ประกอบการอยู่โดยตลอด พบว่าภาพรวมของประเทศไทย มีแผนสำรองที่รอบคอบ และมีการเตรียมการวางมาตรการฉุกเฉินไว้ อาทิเช่น แต่ละสายการบินมีสายการบินพันธมิตรอยู่ ในเส้นทางอะไรอย่างไรบ้าง เท่าที่ผู้ประกอบการประเมินกัน เราก็ยังมีโอกาสที่ดีอยู่ในการปรับปรุง แต่ก็ไม่ประมาท โดยรวมสถานการณ์ขนาดนี้ปัญหาได้รับการเอาใจใส่และแก้ไขให้ลุล่วง โดยหลายฝ่ายร่วมมือกันและขอให้เชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัย
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการปรับลดของ FAA ทำให้ไทยไม่สามารถเพิ่มเที่ยวบินหรือเพิ่มจุดบินใหม่ในสหรัฐอเมริกาได้ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสายการบินไทยในการทำการบินไปยังสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการบินไทยได้ยกเลิกสายการบินที่ไปยังเมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2558 โดยผู้โดยสารของสายการบินไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาสามารถเดินทางโดยสายการบินพัธมิตร หรือ Codeshare และ Interline Partners ได้ตามปกติ และการบินไทยยังยืนยันในมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคงทางสายการบินระดับสากล เพื่อให้ผู้ใช้บริการและผู้โดยสารมีความมั่นใจตลอดไป อย่างไรก็ตามสายการบินขอยืนยันถึงมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินระดับสากลเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดนสารทุกคน ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเซีย กล่าวยืนยันว่าแอร์เอเซียไม่ได้รับผลกระทบจากที่ประเทศไทยถูก FAA จัดอันดับเป็นCategory 2 ทุกเที่ยวบินของเรายังให้บริการตามปกติ และไม่มีเส้นทางบินไปยังสหรัฐอเมริกา รวมทั้งไม่มีการทำความตกลงเที่ยวบินร่วม (Codeshare) กับสายการบินของสหรัฐอเมริกา
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศไทยปี 2558 มีแนวโน้มสูงว่าปีนี้ไทยจะทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมกราถึงปัจจุบันมีจำนวน 27.11 ล้านคนและก่อให้เกิดรายได้ 1.29 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 22.60 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ในช่วงนี้การท่องเที่ยวของประเทศไทยค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากมีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวมากมาย อีกทั้งอากาศในช่วงนี้ของประเทศไทยเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคอีสานของไทย รวมทั้งมีการจัดกิจกรรม ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันจัดทั่วประเทศ และมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายรายได้ด้านการท่องเที่ยวของปี 2558 นี้แน่นอน โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวน 1.4 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศจำนวน 7.5 แสนล้านบาท และยังรักษาเป้าหมายไว้ที่ 2.2 ล้านล้านบาท อีกทั้งในปี 2559 จะผลักดันคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้มีการประสานการทำงานกันอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวไปอย่างครอบคลุม เพื่อให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับทุกชุมชนทั่วประเทศ