MOU การบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน
เผยแพร่เมื่อ 24 ธันวาคม 2558

วันที่ 24 ธันวาคม 2558ณ ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 นางกอบกาญจน์วัฒนวรางกูรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(รมว.กก.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นประธานในพิธีโดยมุ่งหวังให้องค์กรที่ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือได้ปฏิบัติงานร่วมกันแบบบูรณาการ รวมทั้งจะเป็นเครือข่ายให้ประสานความร่วมมือระหว่างกันในการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการจัดบริการนำเที่ยวโดยไม่ได้รับค่าบริการ (ทัวร์ KB) การรับค่าบริการในอัตราที่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) และการใช้มัคคุเทศก์ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน ในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งในปี พ.ศ. 2558 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ประมาณกว่า ๗ ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 2 แสนล้านบาท จึงนับเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นลำดับ 1 ของประเทศไทย โดยคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญองค์กร ที่เกี่ยวข้อง 5 องค์กร ได้แก่ (1) กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (2) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (3) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (4) สมาคมผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย - จีน (5) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมเพื่อความเห็นและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เห็นชอบร่วมกันว่า เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวตลาดจีน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เห็นสมควรมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำกับดูแล การแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
สาระสำคัญในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ทำ เพื่อให้การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจ นำเที่ยวตลาดจีน (นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย) เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ทั้งห้าองค์กรจึงตกลงความร่วมมือ ดังนี้
1. ประสาน สนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละองค์กรและแจ้งข้อมูลผู้ที่มีพฤติกรรม การประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ผิดกฎหมาย โดยกรมการท่องเที่ยวจะเป็นศูนย์กลางของข้อมูล
2. สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ไม่บังคับข่มขู่ ไม่หลอกลวง ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
3.ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องใช้มัคคุเทศก์ไทยที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
4. ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องไม่เรียกเก็บค่าหัว ค่าปรับจากมัคคุเทศก์ และมัคคุเทศก์ต้องไม่จ่ายค่าหัว ค่าปรับให้กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
5. มัคคุเทศก์ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย รักษามารยาท ปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์อย่างเต็มกำลังความสามารถ
6. ห้ามมิให้มัคคุเทศก์จำหน่ายสินค้าและบริการ โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
7.กำกับดูแล ปราบปราม ตรวจสอบ และดำเนินการติดตาม บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเต็มกำลังความสามารถ
ทั้งนี้ ทั้งห้าองค์กรจะร่วมเป็นเครือข่ายประสานความร่วมมือระหว่างกัน โดยจัดให้มีการประชุมร่วมกันเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อดำเนินการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้เป็นรูปธรรม ตลอดจนติดตามการดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
การลงนามในบันทึกข้อตกลงมีผู้แทนองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง
1. นางสาววรรณสิริ โมรากุล รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว
2. พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว
3. นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว
4. นายรณรงค์ ชีวินสิริอำนวยนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน
5. นายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย