แถลงข่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 11 พฤษภาคม 2559
เผยแพร่เมื่อ 11 พฤษภาคม 2559
แชร์:

วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(รมว.กก.) แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีประเด็นน่าสนใจคือ วันหยุดยาว 5-9 พ.ค.ทำเงินสะพัดกว่า 1.14 หมื่น ล้านบาท แหล่งท่องเที่ยวสุดบูมเกาะกลุ่มคลัสเตอร์ชายหาด (แอคทีฟบีช) ย้ำสัญญาณดี นทท.เที่ยวแบบกระจายตัวทั้ง ชลบุรี ระยอง ตราด เล็งต่อยอดอีก 3 คลัสเตอร์ และไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดชิงตำแหน่งจ้าวเวหา "Air Race 1"
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากรายงานของกรมการท่องเที่ยวพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2559 จากกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยคิดเป็นมูลค่า 11,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 11% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเดินทางระยะใกล้ภายในประเทศ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ตราด) หรือกลุ่มคลัสเตอร์แอคทีฟบิช การที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีวันหยุดยาวส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น ทำให้ยอดการใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ยังได้เร่งต่อยอดตามด้วยแคมเปญวันธรรมดาน่าเที่ยว และแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น กับกิจกรรม "ไทยเที่ยวไทย" ภายใต้แคมเปญ "รวมใจเที่ยวไทย" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีการเดินทางใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า จากนี้จะเร่งนโยบายการพัฒนาคลัสเตอร์ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางต่อไป จากการกำหนดเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2559 ไว้ที่ 2.3 ล้านล้านบาท จึงมีความจำเป็นต้องรักษาฐานนักท่องเที่ยวเดิมไว้ พร้อมทั้งการหาแนวทางเพิ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และส่งเสริม "ไทยเที่ยวไทย" ให้มากขึ้น โดยเน้นการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน โดยได้มีการประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีก 3 เขต และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว คือ
· เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกทางวัฒนธรรม (สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากรายงานของกรมการท่องเที่ยวพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2559 จากกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยคิดเป็นมูลค่า 11,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 11% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเดินทางระยะใกล้ภายในประเทศ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ตราด) หรือกลุ่มคลัสเตอร์แอคทีฟบิช การที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีวันหยุดยาวส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น ทำให้ยอดการใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ยังได้เร่งต่อยอดตามด้วยแคมเปญวันธรรมดาน่าเที่ยว และแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น กับกิจกรรม "ไทยเที่ยวไทย" ภายใต้แคมเปญ "รวมใจเที่ยวไทย" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีการเดินทางใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า จากนี้จะเร่งนโยบายการพัฒนาคลัสเตอร์ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางต่อไป จากการกำหนดเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2559 ไว้ที่ 2.3 ล้านล้านบาท จึงมีความจำเป็นต้องรักษาฐานนักท่องเที่ยวเดิมไว้ พร้อมทั้งการหาแนวทางเพิ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และส่งเสริม "ไทยเที่ยวไทย" ให้มากขึ้น โดยเน้นการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน โดยได้มีการประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีก 3 เขต และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว คือ
· เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกทางวัฒนธรรม (สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร)
· เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง (หนองคาย เลย บึงกาฬ มุกดาหาร นครพนม)
· เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง (อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง สิงห์บุรี)
"รูปแบบการชูการท่องเที่ยวแบบกลุ่มจังหวัด (คลัสเตอร์) ถือว่ามาถูกทาง เพราะแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบนี้ สามารถตอบโจทย์ที่มีลักษณะคล้ายกันในเรื่องของอาหาร อากาศ และสภาพที่พัก ทำให้นักท่องเที่ยวในระยะหลังไม่เน้นการเที่ยวแบบกระจุกตัวในจังหวัดเดิมๆที่เคยไป แต่จะเน้นรีวิว หาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะอยากไปจังหวัดอื่นที่ไม่เคยไปบ้าง ทั้งนี้ให้คนไทยช่วยกันเข้าไปแชร์ และสแกนป้าย QR Code (Quick Response Code) กันมากๆ ใน www.thailandscanme.comที่เป็นโครงการของกรมการท่องเที่ยวเพื่อรองรับแนวคิดท่องเที่ยวแบบดิจิตอล 4.0 ได้เป็นอย่างดี" นางกอบกาญจน์ กล่าว
นอกจากนี้ ในวันที่ 16 พฤษภาคม นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานพลังประชารัฐ โครงการ Amazing Thai Taste เพื่อ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวรู้จักและบริโภคอาหารไทย และผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรและชุมชน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายด้านอาหาร 3,762 ต่อคนต่อทริป ภาคเอกชนและภาครัฐจะร่วมกันขับเคลื่อนสร้างแบนรด์ของอาหารไทย ผลไม้ไทย ข้าวไทย ให้เป็น Premium Product สนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตารต์อัพ) ให้นำเสนอผลิตภัณฑ์จากชุมชนในรูปแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย และมีการโปรโมทอาหารไทย ไตรมาสละ 2 อย่าง แนะนำผลไม้ไทยตามฤดูกาล ในทุกๆเดือน
ก.ท่องเที่ยวเตรียมเปิดตลาดคลองผดุง
ในวันที่ 3-24 มิถุนายน 2559 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดผนึกกำลังจัดหาสินค้าน่าสนใจทั้งด้านท่องเที่ยวและด้านกีฬามานำเสนอแก่ประชาชนตามโครงการ "ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม" เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างรายได้เพิ่มและพัฒนาสินค้า เชื่อมโยงการตลาดจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งงานนี้ผู้บริโภคจะได้พบกับความหลากหลายของสินค้าและบริการที่จะรวบรวมจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยมานำเสนอ ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ดังนี้
· สร้างการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน เน้นคุณภาพ เพิ่มมูลค่า โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สร้างสมดุล เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม)
นอกจากนี้ ในวันที่ 16 พฤษภาคม นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานพลังประชารัฐ โครงการ Amazing Thai Taste เพื่อ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวรู้จักและบริโภคอาหารไทย และผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรและชุมชน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายด้านอาหาร 3,762 ต่อคนต่อทริป ภาคเอกชนและภาครัฐจะร่วมกันขับเคลื่อนสร้างแบนรด์ของอาหารไทย ผลไม้ไทย ข้าวไทย ให้เป็น Premium Product สนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตารต์อัพ) ให้นำเสนอผลิตภัณฑ์จากชุมชนในรูปแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย และมีการโปรโมทอาหารไทย ไตรมาสละ 2 อย่าง แนะนำผลไม้ไทยตามฤดูกาล ในทุกๆเดือน
ก.ท่องเที่ยวเตรียมเปิดตลาดคลองผดุง
ในวันที่ 3-24 มิถุนายน 2559 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดผนึกกำลังจัดหาสินค้าน่าสนใจทั้งด้านท่องเที่ยวและด้านกีฬามานำเสนอแก่ประชาชนตามโครงการ "ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม" เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างรายได้เพิ่มและพัฒนาสินค้า เชื่อมโยงการตลาดจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งงานนี้ผู้บริโภคจะได้พบกับความหลากหลายของสินค้าและบริการที่จะรวบรวมจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยมานำเสนอ ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ดังนี้
· สร้างการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน เน้นคุณภาพ เพิ่มมูลค่า โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สร้างสมดุล เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม)
· กระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ
· ปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิด สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่นตนให้ดูแลรักษาภูมิลำเนา รักและเข้าใจประเทศไทย
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยว ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่9 พฤษภาคม 2559) พบว่ารายได้จากนักท่องเที่ยววันที่1-8 พฤษภาคม 2559 ชาวต่างประเทศเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 641,894 คน ขยายตัวร้อยละ 5.09 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดรายได้จากนักท่องเที่ยว 30,704.46 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.50 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวสะสม จำนวน 12.3 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 6.24 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.61 และ 18.43 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ขณะที่นักท่องเที่ยวในท่าอากาศยานหลักเดือนพฤษภาคม 2559 มี นักท่องเที่ยวในท่าอากาศยานหลักขยายตัวร้อยละ 10.72 จากจำนวนนักท่องเที่ยวในท่าอากาศยานหลัก 5 แห่ง ในวันที่ 1-8 พฤษภาคม ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันประมาณร้อยละ 80 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศ พบว่า มีจำนวน 518,865 คน ขยายตัวร้อยละ 10.72 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยท่าอากาศยานที่นักท่องเที่ยวขยายตัวสูงสุด คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ร้อยละ 37.06 รองลงมาได้แก่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ขยายตัวร้อยละ 18.08 ร้อยละ 14.12 ร้อยละ 3.91 และร้อยละ 0.44 ตามลำดับ)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) เปิดเผยว่ากระทรวงฯ ได้ยื่นเสนอเป็นเจ้าภาพจัดโครงการ Air Race 1 ในงานมหกรรมเรือนานาชาติในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งสมาคมอาเซียน เพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งและมีบทบาทนำในอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมดังกล่าวนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ (พ.ศ.2553-2559) ของกระทรวงที่กำหนดให้ประเทศไทยเป็นเลิศและเป็นศูนย์กลางทางการกีฬาของเอเชีย