ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ
เผยแพร่เมื่อ 22 สิงหาคม 2559

วันที่ 22 สิงหาคม 2559 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(รมว.กก.)และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ให้การต้อนรับ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี(รอง นรม.) ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2559 ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงระยะ 7 เดือนที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่องร้อยละ 11.87 ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 กรกฎาคม 2559 มีนักท่องเที่ยว 19.53 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 9.73 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16.45 โดยนักท่องเที่ยวจากจีนยังคงมีจำนวนสูงสุดและสร้างรายได้ให้กับประเทศมากที่สุด รองลงมาคือ มาเลเซีย รัสเซีย และสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปี 2559 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 2.4 ล้านล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 33 ล้านคน
สำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงวันที่ 11 - 12 สิงหาคม พบว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวตามปกติ ยกเว้นในพื้นที่เสี่ยง และมีการยกเลิก/เลื่อน/คืนห้องพักเพียงร้อยละ 9 ในวันที่ 13 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาพปกติในเร็วๆ นี้ จากการเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและแอตต้า
การประชุมในวันนี้ยังได้ให้ความเห็นชอบการจัดงานมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า "ไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ 2016" ครั้งที่ 2 โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี พร้อมขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากงบกลางในการจัดงานดังกล่าว โดยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักและกรมเจ้าท่าร่วมดำเนินการเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานวันท่องเที่ยวโลกในระหว่างวันที่ 26 - 29 กันยายน 2559 ซึ่งเป็นงานสำคัญระดับโลกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในช่วงเวลาดังกล่าว โดยจะมีผู้นำภาครัฐและเอกชนที่เป็นสมาชิก UNWTO 157 ประเทศเข้าร่วมงานในครั้งนี้
นอกจากนี้ ได้เห็นชอบแนวทางการจัดทำระบบประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแนวทางการปรับปรุง แก้ไข หรือจัดทำข้อบังคับว่าด้วยการหักเงินค่าธรรมเนียมตรวจคนเข้าเมือง และระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมตรวจคนเข้าเมืองให้ครอบคลุมการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป และที่ประชุมยังให้ความเห็นชอบแนวทางในการกำหนดและจัดให้มีการจัดทำมาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มาตรา 10 (6) โดยมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เพื่อเป็นกลไกในการจัดทำมาตรฐานและกำกับดูแลการนำมาตรฐานไปใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ
ในส่วนของความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบกรณีบุคคลไม่มีสัญชาติไทย (ต่างด้าว) ใช้สำเนา
บัตรประจำตัวประชาชนที่ออกโดยไม่ถูกต้อง จดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสำรวจและจับกุมผู้ดำเนินการ โดยในกรุงเทพมหานครดำเนินการคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนทั้ง 3 บริษัท และจังหวัดภูเก็ต ได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวของบริษัทจำนวน 6 บริษัท พร้อมได้ดำเนินการตามกฏหมายในส่วนอื่นๆ ต่อไป ทั้งการยึดทรัพย์ การยกเลิกบัตรประชาชนของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการขับเคลื่อนงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ในวันนี้ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 รวมถึงให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยว ภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 3 เขต ได้แก่ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง และเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแผนที่ได้จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในเขตพื้นที่นั้นๆ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบูรณาการของหน่วยงานในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติต่อไป ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551