MOU 3 หน่วยงาน สร้างความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของไทย
เผยแพร่เมื่อ 25 พฤษภาคม 2560
แชร์:

วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์กรุงเทพมหานคร พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร และพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมในงาน Thailand Forum on Tourism Research Integration (TFTRI) การประชุมทางวิชาการเพื่อสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของไทย โดยในงานประธานร่วมทั้งสองท่านได้มอบนโยบาย ให้ทุกหน่วยงานเล็งเห็นถึงความส าคัญของการศึกษาวิจัยในการน ามาใช้ประโยชน์ในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะ การพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมในเจตนารมณ์ที่จะสร้างความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในวันนี้ หลังจากนั้นจึงเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการ และการวิจัยระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนากรอบแนวคิดการวิจัยด้านการท่องท่องเที่ยวและการบริการ ตลอดจนการน าองค์ความรู้และผลจากการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ
ภายหลังพิธีลงนาม MOU ได้มีการน าเสนอแนวทางการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการประจ าปีงบประมาณ 2561 โดยคณะนักวิจัยจาก สกว. จำนวน 11 กรอบงานวิจัยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1) กลุ่มการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน มีกรอบการวิจัย 2 เรื่อง ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงไทย-ลาว และการพัฒนาและบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน 2) กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวโดยชุมชน มีกรอบการวิจัย 4 เรื่อง ได้แก่ การสำรวจศักยภาพและฐานข้อมูลการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย การพัฒนาเครื่องมือวัดดัชนีประเมินความสุขจากการท่องเที่ยวโดยชุมชน แนวทางการเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวในภาคใต้ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเล็กและมีรายได้ต่ำ เพื่อลดความเหลื่อมล้ า: กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ และ 3) กลุ่มการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวมีกรอบการวิจัย 5 เรื่อง ได้แก่ การศึกษาบทเรียนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อการออกแบบการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวในสถานการณ์วิกฤติของประเทศไทย การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศในการพัฒนาบุคลากรทางด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการเพื่อความเป็นเลิศ ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเพื่อการกระจายรายได้ที่ดีและยกระดับประเทศออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง การบริหารจัดการแหลงทองเที่ยวเชิงคุณค่าสูง (High Value Destination)และนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเรือสำราญของประเทศไทย
การประชุมในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว จำนวนประมาณ 300 คน นับได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการการท างานของหน่วยงานจาก 3 ภาคส่วนที่ส าคัญได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพทั้งหมดนี้ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศ และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย ระยะ 20 ปี ที่ว่า "ประเทศไทยเป็น แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นน าของโลก ที่เติบโตอย่างมีดุลยภาพ บนพื้นฐานความเป็นไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วน"