กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้อนรับเที่ยวเรือปฐมฤกษ์ Majestic Princess
เผยแพร่เมื่อ 21 มิถุนายน 2560
แชร์:

วันที่ 21 มิถุนายน 2560 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงข่าวการมาเยือนประเทศไทยของเรือ Majestic Princess พร้อมต้อนรับ การเดินทางสู่ประเทศไทย และกล่าวถึงนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเรือสําราญ (Cruise Tourism)
การส่งเสริมท่องเที่ยวเรือสําราญ เป็นนโยบายสําคัญของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมีความสนใจเฉพาะด้านเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้สมาคมการเดินเรือสําราญใหญ่ที่สุดของโลก (Cruise Lines International Association : CLIA) ระบุว่า มีจํานวน นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสําราญสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 17.8 ล้านคนในปี 2552 เป็น 23 ล้านคน ในปี 2558 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.4% ต่อปีและในตลาดเอเชีย 2-3 ปีที่ผ่านมา มีจํานวนผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราเฉลี่ย 29% ต่อปีและมีแนวโน้มที่จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทย อยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวโดยเรือสําราญ (Cruise) มีบริษัทสายเดินเรือ เข้ามาเดินเรือ อยู่แล้วมากกว่า 10 สาย เช่น Princess Cruise, Royal Caribbean, Costa, Cunard, Star Cruise, P&O, Holland America Line Group เป็นต้น ซึ่งได้แวะพักตามจุดต่างๆ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริม การท่องเที่ยวเรือสําราญ คือต้องการพัฒนายกระดับท่าเรือสําราญให้เป็น Port of call ที่มีคุณภาพมาตรฐานในระยะ 5 ปีถัดจากนี้ และจะพัฒนาให้เป็น Home Port เช่นเดียวกับประเทศจีนและสิงคโปร์ในอีกระยะ 10 ปีข้างหน้า
ในระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยว เรือสําราญไว้อย่างต่อเนื่องที่สําคัญ ได้แก่
1. การปรับปรุงท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือภูเก็ตการศึกษาความเหมาะสมและสํารวจออกแบบท่า เทียบเรือรองรับเรือ Cruise ที่จังหวัดกระบี่และเกาะสมุยรวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เพื่อเชื่อมโยงท่าเรือกับแหล่งท่องเที่ยว (เช่น รถไฟฟ้ารถไฟความเร็วสูง)
2. การประชาสัมพันธ์ให้บริษัทสายเดินเรือ Cruise และนักท่องเที่ยวรับทราบถึงศักยภาพและความพร้อม ของประเทศไทยในการรองรับตลาดนักท่องเที่ยวเรือสําราญ
3. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพัฒนา การท่องเที่ยวทั้ง 8 คลัสเตอร์รวมทั้งการพัฒนาการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการการท่องเที่ยว และมาตรการดูแลรักษา ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
4. การปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่ออํานวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกของเรือโดยสารและ นักท่องเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
5. การพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเรือสําราญ ได้แก่ อาชีพลูกเรือ ผู้ให้บริการบนเรือ ผู้ประกอบการและชุมชน
การมาเยือนประเทศไทยของเรือ Majestic Princess ในวันนี้เป็นเรือลําใหม่ที่ออกแบบสําหรับตลาด เอเชียโดยเฉพาะ และกําลังเดินทางเข้ามาประจําการในเอเชีย โดยเชิญกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะทํางานอํานวย ความสะดวกการท่องเที่ยวด้วยเรือสําราญ (Cruise) สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติจํานวนประมาณ 300 คน เยี่ยมชมเรือ Majestic Princess เพื่อศึกษาการบริหารจัดการเรือสําราญ (Cruise) นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการการทํางาน ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น Maritime Hub ด้านการท่องเที่ยวเรือสาราญของอาเซ ํ ียนต่อไป