ไทยแลนด์ ยูธลีก รอบสุดท้ายหวดสนั่น กระจายหวดแข้งตจว. ทั่วประเทศครั้งแรกฟุตบอลเยาวชน
เผยแพร่เมื่อ 6 มิถุนายน 2562

ไทยแลนด์ ยูธลีก รอบสุดท้ายหวดสนั่น กระจายหวดแข้งตจว. ทั่วประเทศครั้งแรกฟุตบอลเยาวชน
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 มิ.ย. ณ ห้องประชุมชั้น 25
อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา
การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีงานแถลงข่าวการจัดงาน มหกรรมฟุตบอลชิงชนะเลิศ ฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ประจำฤดูกาล 2561-
2562 ในรอบสุดท้าย
(ไทยแลนด์ ยูลีก 2018-2019 รอบไฟนอล 16
ทีมสุดท้าย) โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงาน
พร้อมด้วย นายก้องศักด ยอดมณี
ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยพร้อมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและผู้มีชื่อเสียงในวงการ
ร่วมในงานแถลงข่าวครั้งนี้ อย่างคับคั่ง
นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ได้เปิดเผยว่า
"กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พร้อมทั้งภาครัฐได้วางยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อผลักดันให้ฟุตบอลไทยได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
และไปสู่จุดหมายการร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกให้ได้ โดยการจัดการแข่งขัน Thailand Youth League นี้ ถือเป็น 1 ใน 6 กลยุทธ์หลักเพื่อพัฒนา กลยุทธ์อื่นๆ คือ
การพัฒนาศูนย์ Excellent Center การพัฒนาบุคลากร
การพัฒนาปลูกฝังการเชียร์ที่ดี การจัดตั้งสถาบันผู้ตัดสิน
และการป้องกันการทุจริตการล้มบอล
ฟุตบอลรายการนี้ถือเป็นนโยบายในการพัฒนาผู้เล่นระดับเยาวชนให้มีการต่อเนื่อง
และมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การสานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก ในปีค.ศ.2026
โดยกลยุทธ์หลักการแข่งขันฟุตบอลหลีกเยาวชนแห่งชาติ
Thailand Youth League จัดขึ้นเป็นปีที่ 3
การแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวขนแห่งชาติ "กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ได้ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ผลักดันให้มีการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนรายการนี้ขึ้นมา
เป็นการเพาะต้นกล้าฟุตบอลให้แข็งแกร่งและกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ซึ่งที่ผ่านมา 2 ปี ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
มีนักเตะเยาวชนในรายการนี้ก้าวไปติดทีมชาติและสร้างผลงานให้กับทีมชาติไม่น้อย
และในปีนี้ก็มีถึง 489
ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันซึ่งถือได้ว่าเป็นรายการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของไทย
โดยในรอบสุดท้ายนี้ ได้เปิดโอกาสให้จังหวัดต่าง ๆ
ทุกภูมิภาคร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน เพื่อกระจายความนิยมไปทั่วประเทศ
ซึ่งผมก็มุ่งหวังว่าทุกอย่างจะบรรลุตามเป้าหมายที่ทางภาครัฐตั้งใจไว้"
ขณะที่ นายก้องศักด ยอดมณี
ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็ได้เผยว่า
การแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาตินั้นได้รับความร่วมมือเป็นอันดีทั้งจากภาครัฐ คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การกีฬาแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนที่ร่วมมือสนับสนุน โดยปีนี้ยังคงมีแข่งขันกัน 4 รุ่นอายุ คือ 13 ปี, 15 ปี, 17 ปี และ 19 ปี
"สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้ายในปีนี้
เราได้เข้ารอบชิงชนะเลิศแล้วจำนวน 16 ทีมต่อรุ่น หรือทั้งหมด
64 สโมสร
ซึ่งเป็นเยาชนที่ผ่านทั้งสโมสรทั้งฟุตบอลอาชีพและสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดต่างๆ
เราได้มีนโยบายกระจายการจัดการแข่งขันออกไปตามภูมิภาคต่างๆ
เพื่อเป็นการกระจายเมล็ดพันธุ์เยาวชน สร้างกระแสตื่นตัวให้กับคนในต่างจังหวัด
และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพและจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย
ซึ่งจะเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างความตื่นตัวด้านกีฬาและการกระตุ้นเศรษฐกิจการใช้จ่ายภายในจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพด้วย"
โดยรางวัลของแต่ละรุ่นนั้น U13 แชมป์ได้ 6 แสนบาท รองแชมป์ได้
3 แสนบาท อันดับ 3 ได้ 2 แสนบาท และอันดับ 4 ได้ 1 แสนบาท, รุ่น U15
แชมป์ได้เงินรางวัล 1 ล้านบาท รองแชมป์ได้ 5 แสนบาท อันดับ 3 ได้ 2 แสนบาท
และอันดับ 4 ได้ 1 แสนบาท
ซึ่งในรุ่นนี้ การกีฬาแห่งประเทศ ยังได้รับการสนับสนุนจาก สายการบินบางกอก
แอร์เวย์ และ บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล
จำกัด(มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์หัวม้าลาย มอบโอกาสพิเศษ
ให้กับนักกีฬาที่ถูกคัดเลือก ร่วมเดินทางไปฝึกทักษะและพัฒนาการด้านฟุตบอล
จากผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลเยาวชน สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อีกด้วย , รุ่น U17 แชมป์จะได้เงินราวัล 1 ล้านบาท รองแชมป์ได้ 5 แสนบาท อันดับ 3 ได้ 2 แสนบาท และอันดับ 4 ได้
1 แสนบาท , รุ่น U19 แชมป์ได้เงินรางวัล 1.5 ล้านบาท รองแชมป์ได้ 7 แสนบาท อันดับ 3 ได้ 4 แสนบาท
และอันดับ 4 ได้ 2 แสนบาท
สำหรับช่วงเวลาแข่งขันในรอบสุดท้าย
ประเดิมในรุ่น U15 แข่งระหว่างวันที่ 19-30 มิ.ย. ณ จังหวัดภูเก็ต ตามด้วยรุ่น U13
แข่งระหว่างวันที่ 3-14 ก.ค. รุ่น U17
แข่งระหว่างวันที่ 16-27 ก.ค. และรุ่น U19 ณ จังหวัดอุดร แข่งระหว่างวันที่ 7-18 ส.ค.