ข่าวสาร

ข่าวสารล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

หมวดหมู่ย่อย

ข่าวเด่นวันนี้7 มิถุนายน 2567จำนวนการเข้าชม 51 ครั้ง

ผช.รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดสัมมนา "ชาวเกาะ" ผนึกกำลังเพิ่มมูลค่าเกาะไทย คาดการณ์รายได้ท่องเที่ยวกระบี่ ปี 67 ทะลุ 97,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.67 ที่ โรงแรม Southern Lanta Resort เกาะลันตา จ.กระบี่ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาชาวเกาะ "การท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน 2567 : ผนึกพลังคุณค่า สู่มูลค่าใหม่ของเกาะไทย" โดยมี นายคุณากร ปรีชาชนะชัย คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ,นางณัฐธยาน์ ผาสุข นายอำเภอเกาะลันตา ,นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

อ่านต่อ →
ข่าวเด่นวันนี้7 มิถุนายน 2567จำนวนการเข้าชม 43 ครั้ง

รองปลัดฯ ฐานะผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจไทยได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 63 (63rd APEC Tourism Working Group Meeting หรือ TWG63)

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 นายมงคล วิมลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจไทยได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 63 (63rd APEC Tourism Working Group Meeting หรือ TWG63) โดยมีผู้แทนจากทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ศูนย์วัฒนธรรม Vidawasi เมืองกุสโก สาธารณรัฐเปรู โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2567 โดยมีสาระสำคัญจากการประชุมฯ ดังนี้ 1) รับทราบและติดตามความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมและโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเอเปค พ.ศ. 2563 - 2567 2) ประเมินผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเอเปค พ.ศ. 2563 - 2567 และให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน และ ๓) พิจารณาร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเอเปค ฉบับใหม่ พ.ศ. 2568-2572 ทั้งนี้ ผลการประชุมดังกล่าวจะได้นำเสนอต่อ รมว.ท่องเที่ยวเอเปค ในการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 12 ต่อไป

อ่านต่อ →
ข่าวเด่นวันนี้6 มิถุนายน 2567จำนวนการเข้าชม 80 ครั้ง

รองปลัดฯ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวของเอเปค ภายใต้หัวข้อ Co-creation Forum: Impact of Creative Economies on the Future of Tourism in the APEC region จัดขึ้น ณ เมืองกุสโก สาธารณรัฐเปรู

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 นายมงคล วิมลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวของเอเปค ภายใต้หัวข้อ Co-creation Forum: Impact of Creative Economies on the Future of Tourism in the APEC region จัดขึ้น ณ เมืองกุสโก สาธารณรัฐเปรู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิดการนำเอาเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเปค และระบุกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาในอนาคต โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้แทนหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย และองค์กรระหว่างประเทศจากเขตเศรษฐกิจต่างๆในภูมิภาคเอเปค

อ่านต่อ →
ข่าวเด่นวันนี้6 มิถุนายน 2567จำนวนการเข้าชม 12 ครั้ง

“นายก เศรษฐา” แถลงภาครัฐ ผนึกกำลังภาคเอกชนถ่ายทอดสด “ฟุตบอลยูโร 2024” ผ่านฟรีทีวี เริ่ม 14 มิ.ย. นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี, นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผู้สนับสนุน และ คณะผู้บริหาร กกท. ร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 มิ.ย 2567 ที่ผ่านมา

อ่านต่อ →
ข่าวเด่นวันนี้5 มิถุนายน 2567จำนวนการเข้าชม 4 ครั้ง

รมว.ท่องเที่ยว เปิดงาน TTM+ 2024 ณ จังหวัดพังงา โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย ดึง 425 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากทั่วโลกร่วมงาน คาดสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 3,000 ล้านบาท

5 มิถุนายน 2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ Thailand Travel Mart Plus 2024 (TTM+ 2024) จัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในวันที่ 5-7 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรม JW Marriott Khao Lak Resort & Spa จังหวัดพังงา โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 430 ราย เข้าร่วมนำเสนอสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวและนัดหมายเจรจาธุรกิจรูปแบบ B2B กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว 425 ราย จาก 50 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิด Amazing Thailand, Your Stories Never End เพื่อสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ Tourism Hub  โดยคาดว่า TTM+2024 จะมีจำนวนนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 15,000 นัดหมาย สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 3,000 ล้านบาท นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวของภูมิภาค หรือ Tourism Hub ภายใต้นโยบาย IGNITE Tourism Thailand  ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่รัฐบาลจะต้องเร่งขับเคลื่อนปัจจัยความสำเร็จทุกมิติอย่างเต็มกำลัง โดยการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus 2024 (TTM+ 2024) ในวันที่ 5-7 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรม JW Marriott Khao Lak Resort & Spa จังหวัดพังงา ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในการสะท้อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยว และการยกระดับประสบการณ์ตลอดการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการโชว์ศักยภาพของจังหวัดพังงาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และคุณภาพของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยที่มีความพร้อมในระดับสากล เพื่อจะบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า TTM+ ถือเป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวแบบ Business to Business (B2B) ระดับนานาชาติที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากภาคเอกชนและผู้สนับสนุนต่าง ๆ ได้แก่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา, คิง เพาเวอร์, ไทยแลนด์ พริวิเลจ การ์ด, สยามพิวรรธน์, เดอะมอลล์ กรุ๊ป และกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา โดย ททท. ได้เชิญ 425 ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวรายสำคัญจากทั่วโลก (Buyer) เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับ 430 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย (Seller) เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายสอดคล้องกับแคมเปญ Amazing Thailand, Your Stories Never End อาทิ Luxury Travel, Wellness Tourism, Soft Adventure โดยมีหัวใจสำคัญในการจัดงานอย่างคำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกมิติ ทั้งกำหนดรูปแบบการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนส่วนลดเข้าร่วมงานฯ แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล Thailand Tourism Award 2023 , TAT STAR , CF Hotels (Carbon Footprint Hotels) ของ ททท. รวมทั้งนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงานให้ได้มากที่สุด เช่น E-badge และการนัดหมายผ่าน Mobile Application ตลอดจนการจัดการขยะ Zero Waste to Landfills ในพื้นที่จัดงาน และการคำนวณ Carbon Footprint นอกจากนี้ในวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งเป็น World Environment Day และวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งเป็นวัน World Ocean Day สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงายังได้ร่วมกับ ททท. จัดกิจกรรมเติม Carbon Credit “ปลูกป่าชายเลน” ให้แก่ Buyer จากต่างชาติอีกด้วย โดย ททท. เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสความประทับใจจากประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย และพร้อมบอกต่อสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างไม่สิ้นสุด คาดหวังว่าการจัดงาน TTM+ 2024 ครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 15,000 นัดหมาย และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการเจรจาธุรกิจมากกว่า 3,000 ล้านบาท และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท พิธีเปิดงาน TTM+ 2024 ได้รับเกียรติจาก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ร่วมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวเพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นายกิตติ พรศิวะกิจ คณะกรรมการ ททท. ว่าที่ร้อยตรีอเนก นุรักษ์ คณะกรรมการ ททท. นายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่น นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา นายสมพงษ์ ดาวพิเศษ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ให้เกียรติเข้าร่วมเปิดงาน   เวทีเจรจาธุรกิจ TTM+ 2024 ข่าวจาก การท่องเที่ยวแห่งปรเทศไทย (ททท.)

อ่านต่อ →
ข่าวเด่นวันนี้4 มิถุนายน 2567จำนวนการเข้าชม 12 ครั้ง

“เสริมศักดิ์”รมว. ท่องเที่ยว เสริมทัพกระทรวงแรงงานและพันธมิตร พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย ตอบโจทย์ “IGNITE TOURISM THAILAND”

“เสริมศักดิ์”รมว. ท่องเที่ยว เสริมทัพกระทรวงแรงงานและพันธมิตร พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย ตอบโจทย์ “IGNITE TOURISM THAILAND” วันที่ 4 มิถุนายน 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดกิจกรรม Ignite Tourism Thailand : TAT Skill Factory ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 - 16 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้นโยบาย “IGNITE TOURISM THAILAND” มุ่งเสริมสร้างศักยภาพและทักษะต่าง ๆ แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยหัวใจสำคัญของการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างความประทับใจและร่วมผลักดันประเทศไทยเป็น Tourism Hub จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติร่วมแถลงข่าว ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท. ซึ่งคาดว่ากิจกรรมดังกล่าวจะมีบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 300 คน นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกระทรวงที่สำคัญในการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นหนึ่งในกระทรวงที่มีส่วนสำคัญในการดำเนินนโยบาย ‘IGNITE TOURISM THAILAND’ ภายใต้เป้าหมายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 อยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้การจะทำให้การท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมายก็ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ก็จะเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ผนึกกันให้แน่นขึ้น เน้นการผลักดันเมืองรองให้เป็นเมืองน่าเที่ยว เน้นพัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์ในชุมชน เปิดโอกาสให้จังหวัดต่าง ๆ หาแหล่งท่องเที่ยวและสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น ทำให้เมืองไทยเป็นโฮมสเตย์ของโลก และใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย จึงเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าว สร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบาย ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก การสื่อสาร ไปจนถึงความปลอดภัย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ททท. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนายกระดับแรงงานภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของกระทรวงแรงงานที่มีนโยบายมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานในจังหวัดท่องเที่ยวด้วยการปรับค่าแรงให้เหมาะสม โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน และโครงการ Ignite Tourism Thailand : TAT Skill Factory ถือเป็นส่วนหนึ่งใน การเตรียมความพร้อมและพัฒนาแรงงานโดยตรง โดยต่อยอดจากการอบรมและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) หลักสูตรต่าง ๆ ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพของแรงงานในทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง สร้างคุณค่าให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการจ้างงานแก่นายจ้างว่าจะได้รับแรงงานที่มีคุณภาพ มีจิตมุ่งบริการในระดับมาตรฐานสากล และมีทักษะความสามารถในการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สถานประกอบการ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการยกระดับแรงงานภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบาย “IGNITE Tourism THAILAND” ที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็น Tourism Hub และเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ขับเคลื่อนรายได้การท่องเที่ยวของไทยให้มากขึ้นทุกปี ด้วย 5 กลยุทธ์หลักมัดใจนักท่องเที่ยว ได้แก่ 1) การสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าวให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบาย ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก การสื่อสาร ไปจนถึงความปลอดภัย ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 2) คัดสรรเสน่ห์ไทยนำเสนอเป็นจุดขายอันแข็งแกร่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาสัมผัส 3) นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ จากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว 4) HUB OF ASEAN: ประเทศไทยเป็นประตูการท่องเที่ยวสู่อาเซียนให้สามารถท่องเที่ยวต่อได้หลายประเทศ และ 5) World Class Event Hub: นำอีเวนต์ระดับโลกมาสู่เมืองไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการการท่องเที่ยวไทย และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมฯ จึงเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นที่จะสร้างประสบการณ์และความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น ก็จะส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้หมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้นด้วย ททท. มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวไทยสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการที่มีจุดเด่นในเรื่องพื้นฐานการมีจิตมุ่งบริการหรือ Service Mind เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดี และ น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมเยือน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวคิดถึงประเทศไทย สุขทันทีที่เที่ยวไทย และกลับมาเดินทางซ้ำ ซึ่งโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มอาชีพในสายงานด้านการให้บริการทาง การท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดย ททท. ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เฉพาะด้านมาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ผศ.ดร เอกก์ ภทรธนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มานำเสนอหัวข้อ “ Future Lenses for Service มองมุมใหม่ธุรกิจบริการ” รวมทั้ง Mr Gregory J. Raymond ครูสอนภาษาอังกฤษ และพิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง มาถ่ายทอดภาษาอังกฤษที่จำเป็นในภาคบริการ ไปจนถึงเรื่องของ Tourism Safety Management การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและมาตรการเกี่ยวกับ การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย ททท.คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 300 คน นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการ ซึ่งต้องมีพื้นฐานการมีจิตมุ่งบริการ (Service Mind) เพื่อสร้างความประทับใจและสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยวได้ตลอด Customer Journey และอยากเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยซ้ำ นำไปสู่สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับศักยภาพในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตต่อไป สำหรับผู้สนใจเข้ารับการอบรมในกิจกรรม Ignite Tourism Thailand: TAT Skill Factory การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 มิถุนายน 2567 จำกัดจำนวน 300 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านทางเว็บไซต์ https://thai.tourismthailand.org/Articles/tatskillfactory2024 หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @tatskillfactory หรือ โทร. 0641184000 ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย“เสริมศักดิ์”รมว. ท่องเที่ยว เสริมทัพกระทรวงแรงงานและพันธมิตร พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย ตอบโจทย์ “IGNITE TOURISM THAILAND” วันที่ 4 มิถุนายน 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดกิจกรรม Ignite Tourism Thailand : TAT Skill Factory ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 - 16 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้นโยบาย “IGNITE TOURISM THAILAND” มุ่งเสริมสร้างศักยภาพและทักษะต่าง ๆ แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยหัวใจสำคัญของการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างความประทับใจและร่วมผลักดันประเทศไทยเป็น Tourism Hub จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติร่วมแถลงข่าว ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท. ซึ่งคาดว่ากิจกรรมดังกล่าวจะมีบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 300 คน นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกระทรวงที่สำคัญในการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นหนึ่งในกระทรวงที่มีส่วนสำคัญในการดำเนินนโยบาย ‘IGNITE TOURISM THAILAND’ ภายใต้เป้าหมายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 อยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้การจะทำให้การท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมายก็ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ก็จะเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ผนึกกันให้แน่นขึ้น เน้นการผลักดันเมืองรองให้เป็นเมืองน่าเที่ยว เน้นพัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์ในชุมชน เปิดโอกาสให้จังหวัดต่าง ๆ หาแหล่งท่องเที่ยวและสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น ทำให้เมืองไทยเป็นโฮมสเตย์ของโลก และใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย จึงเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าว สร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบาย ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก การสื่อสาร ไปจนถึงความปลอดภัย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ททท. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนายกระดับแรงงานภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของกระทรวงแรงงานที่มีนโยบายมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานในจังหวัดท่องเที่ยวด้วยการปรับค่าแรงให้เหมาะสม โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน และโครงการ Ignite Tourism Thailand : TAT Skill Factory ถือเป็นส่วนหนึ่งใน การเตรียมความพร้อมและพัฒนาแรงงานโดยตรง โดยต่อยอดจากการอบรมและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) หลักสูตรต่าง ๆ ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพของแรงงานในทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง สร้างคุณค่าให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการจ้างงานแก่นายจ้างว่าจะได้รับแรงงานที่มีคุณภาพ มีจิตมุ่งบริการในระดับมาตรฐานสากล และมีทักษะความสามารถในการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สถานประกอบการ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการยกระดับแรงงานภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบาย “IGNITE Tourism THAILAND” ที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็น Tourism Hub และเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ขับเคลื่อนรายได้การท่องเที่ยวของไทยให้มากขึ้นทุกปี ด้วย 5 กลยุทธ์หลักมัดใจนักท่องเที่ยว ได้แก่ 1) การสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าวให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบาย ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก การสื่อสาร ไปจนถึงความปลอดภัย ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 2) คัดสรรเสน่ห์ไทยนำเสนอเป็นจุดขายอันแข็งแกร่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาสัมผัส 3) นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ จากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว 4) HUB OF ASEAN: ประเทศไทยเป็นประตูการท่องเที่ยวสู่อาเซียนให้สามารถท่องเที่ยวต่อได้หลายประเทศ และ 5) World Class Event Hub: นำอีเวนต์ระดับโลกมาสู่เมืองไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการการท่องเที่ยวไทย และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมฯ จึงเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นที่จะสร้างประสบการณ์และความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น ก็จะส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้หมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้นด้วย ททท. มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวไทยสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการที่มีจุดเด่นในเรื่องพื้นฐานการมีจิตมุ่งบริการหรือ Service Mind เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดี และ น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมเยือน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวคิดถึงประเทศไทย สุขทันทีที่เที่ยวไทย และกลับมาเดินทางซ้ำ ซึ่งโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มอาชีพในสายงานด้านการให้บริการทาง การท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดย ททท. ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เฉพาะด้านมาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ผศ.ดร เอกก์ ภทรธนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มานำเสนอหัวข้อ “ Future Lenses for Service มองมุมใหม่ธุรกิจบริการ” รวมทั้ง Mr Gregory J. Raymond ครูสอนภาษาอังกฤษ และพิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง มาถ่ายทอดภาษาอังกฤษที่จำเป็นในภาคบริการ ไปจนถึงเรื่องของ Tourism Safety Management การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและมาตรการเกี่ยวกับ การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย ททท.คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 300 คน นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการ ซึ่งต้องมีพื้นฐานการมีจิตมุ่งบริการ (Service Mind) เพื่อสร้างความประทับใจและสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยวได้ตลอด Customer Journey และอยากเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยซ้ำ นำไปสู่สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับศักยภาพในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตต่อไป สำหรับผู้สนใจเข้ารับการอบรมในกิจกรรม Ignite Tourism Thailand: TAT Skill Factory การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 มิถุนายน 2567 จำกัดจำนวน 300 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านทางเว็บไซต์ https://thai.tourismthailand.org/Articles/tatskillfactory2024 หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @tatskillfactory หรือ โทร. 0641184000 ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อ่านต่อ →