กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ คลองผดุงกรุงเกษม (ย่านหัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงฯ และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดงานเทศกาล “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของ Thailand Winter Festival 2024 ภายใต้แนวคิด “Seven Wonders of Thailand” ที่ประกอบด้วยการลอยกระทง การส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมกีฬา กิจกรรมวัฒนธรรม เทศกาลอาหาร เทศกาลดนตรี และเทศกาลแสงสี ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและมอบประสบการณ์พิเศษให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานกับศิลปะและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปีนี้ ททท. ได้เนรมิตคลองผดุงกรุงเกษมให้กลายเป็นบรรยากาศแห่งความสุขและความสวยงาม โดยจัดงานในแนวคิด “Amazing Night of Lights : Loi Krathong Festival” เพื่อเฉลิมฉลองประเพณีลอยกระทง และส่งเสริมยกระดับเทศกาลงานประเพณีไทยสู่งานระดับโลก (Local to Global) ด้วยขบวนแห่ประเพณีลอยกระทงและนางนพมาศทางน้ำที่งดงาม โดยมีไฮไลท์คือการปรากฏตัวของ ‘ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์’ ซึ่งจะนำขบวนแห่ เพื่อสนับสนุนการลอยกระทงแบบวิถีใหม่ที่คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม งานลอยกระทงครั้งนี้ยังจัดกิจกรรมแบบ Interactive มากมาย เช่น กิจกรรม DIY ทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ เช่น โคมล้านนา กระทงกะลามะพร้าว กระทงใบลาน และกระทงรวงข้าว นอกจากนี้ยังมีการประกวดกระทงรักษ์โลก ประเภท On Ground และ Online เพื่อส่งเสริมการประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายได้ รวมถึงกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การสาธิตการทำพัดสานจากชุมชนท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในประเพณีไทยอย่างยั่งยืน ททท. คาดการณ์ว่าการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 330,450 คน-ครั้ง สร้างรายได้ถึง 1,371 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเทศกาลลอยกระทงทั่วประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 1.99 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปีที่ผ่านมา และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 6,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยภาคเหนือคาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดประมาณ 568,740 คน-ครั้ง สร้างรายได้รวม 2,556 ล้านบาท งานเทศกาลลอยกระทงปีนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมเทศกาลประเพณีไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืนในอนาคต
รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทง จังหวัดสุโขทัย วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เข้าร่วมในงานประเพณีลอยกระทง "เผาเทียน เล่นไฟ" จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2567 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี งานประเพณีลอยกระทงสุโขทัยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2567 มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น การแสดงแสงเสียง การแสดงศิลปวัฒนธรรม การประกวดนางนพมาศ และการลอยพระประทีปพระราชทาน ซึ่งสะท้อนถึงความงดงามทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ในโอกาสเดียวกันนี้ ดร.วนิดา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอดการจัดงาน เพื่อสร้างความมั่นใจและประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของงานประเพณีลอยกระทงในครั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานเพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ พร้อมสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป
วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นายสันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดแผนและติดตามผลการตรวจราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการนี้มีหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุม อาทิ กรมพลศึกษา, กรมการท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้สรุปสาระสำคัญ คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พิจารณาคัดเลือกแผนงาน/โครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณหรือประเด็นสำคัญได้ขับเคลื่อนการดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ/แผนแม่บท และนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีกรอบแนวทางในการคัดเลือก ดังนี้ - เป็นแผนงานโครงการ/ประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล - เป็นแผนงาน/โครงการ/ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมาย (white triangle right) เป็นแผนงานโครงการ/ประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการฯ - เป็นแผนงานโครงการ/ประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับประเด็นการตรวจราชการ - เป็นแผนงาน/โครงการที่มีงบประมาณสูง ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุมหลายจังหวัดหรือทั่วประเทศ และเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน - โครงการที่ได้รับการคัดเลือกให้บรรจุในแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีจำนวน 20 โครงการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ผลจากนโยบายฟรีวีซ่าดันยอดนักท่องเที่ยวเพิ่ม 140% วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.40 น. ณ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมตรวจเยี่ยมและเตรียมความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นฮับท่องเที่ยวระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มีความมั่นใจในความพร้อมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้บริการประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนที่เดินทางมาประเทศไทยได้รับความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานหนักในช่วงไฮซีซั่น พร้อมกำชับให้ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสนับสนุนถึงความสำเร็จของนโยบายฟรีวีซ่าที่ริเริ่มโดยอดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตขึ้นถึง 140% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำถึงความสำเร็จของนโยบายที่ช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยว่าทุกหน่วยงานมีการประสานงานและเตรียมแผนรองรับอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องระบบตรวจคนเข้าเมืองและการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยมีแผนสำรองพร้อมในกรณีที่อาจเกิดปัญหา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ในทุกสถานการณ์
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี ย้ำความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.30 น. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองแสนสุข และบริเวณชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การลงพื้นที่ตรวจความพร้อมครั้งนี้ นายจักรพลได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการบริการแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซั่นซึ่งชายหาดบางแสนจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นายจักรพลเน้นว่าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองแสนสุขเป็นส่วนสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว การช่วยเหลือ หรือบริการต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดี นายจักรพลยังได้กล่าวถึงผลกระทบเชิงบวกที่ชายหาดบางแสนมีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยการท่องเที่ยวในพื้นที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารในบริเวณชายหาด โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมชม นอกจากนี้ นายจักรพลได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่เราจะต้องใส่ใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนที่ชายหาดบางแสนได้อย่างสบายใจ” นายจักรพล กล่าวทิ้งท้าย
นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดตัวแคมเปญ “Tops X Moo Deng & Friends” ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Tops X Moo Deng & Friends” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานสำคัญ อาทิ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ และนายนรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตลอดจนสื่อมวลชนและแฟนคลับของหมูเด้งร่วมเป็นสักขีพยานในงาน นายจักรพลกล่าวว่า กระแส “หมูเด้งฟีเวอร์” ได้เริ่มต้นจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดียของคุณเบนซ์ อรรถพล ผู้ดูแลหมูเด้ง ซึ่งทำให้หมูเด้งเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจในวงกว้าง ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การสวนสัตว์ฯ และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่ร่วมมือกับภาคเอกชนผ่านแคมเปญ “Tops X Moo Deng & Friends” เพื่อต่อยอดกระแสให้เกิดการรับรู้ในระดับสากล นายจักรพลยังเสริมว่า ความสำเร็จของหมูเด้งได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และส่งผลต่อการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยแคมเปญนี้คาดว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.30 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อนุญาตให้นายโทมิตะ อะกิฮิโระ กรรมการบริหารสถาบันวิจัยด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น สำนักงานภูมิภาคอาเซียน - อินเดีย (JTTRI - AIRO) และนายโคจิ โคไม ที่ปรึกษาบริหารสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท ฟูจิต้า คอร์ปอเรชัน และคณะเข้าร่วมด้วย ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและแสดงความยินดีแก่ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเพื่อหารือประเด็นความร่วมมือศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่ JTTRI-AIRO และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสามารถดำเนินการร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมความร่วมมือเชิงวิชาการ ภายใต้คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว ไทย - ญี่ปุ่น และการจัดสัมมนาวิชาการแบบ Symposium ร่วมกัน ซึ่ง JTTRI-AIRO ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกองการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสมอมา นอกจากนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นได้แจ้งความประสงค์ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวทางราง (Rail Tourism) ตามข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในรูปแบบ Joint Research ซึ่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เน้นย้ำความตั้งใจของไทยในการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากฝ่ายญี่ปุ่นในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รางรถไฟ ซึ่งญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ โดยยินดีที่จะผลักดันการหารือในระดับคณะทำงานสองประเทศต่อไป สำหรับประเด็นการผลักดันการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ฝ่ายญี่ปุ่นได้เน้นย้ำความประสงค์ที่จะเรียนรู้การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากฝ่ายไทย โดยเห็นว่าปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยเป็นจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่า ปัจจุบัน จำนวนที่นั่งของเที่ยวบินที่ไม่เพียงพอ เป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Two-way Tourism ซึ่งรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจรจากับสายการบิน ในการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ในส่วนความร่วมมือด้านกีฬา นายโคจิ โคไม ที่ปรึกษาบริหารในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชัน ได้กล่าวถึงแผนการดำเนินงานด้านกีฬาอีสปอร์ต โดยเฉพาะกีฬาอีสปอร์ตสำหรับคนพิการ ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับอมตะนครจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการทางสายตา Mind's Eye Cup in Thailand ในเดือนมีนาคม 2568 ณ จังหวัดชลบุรี และขอรับการสนับสนุนการใช้ Logo ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในงานดังกล่าว ซึ่งฝ่ายไทยไม่มีข้อขัดข้องในหลักการ และขอให้มีหนังสือประสานขออย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม 2568 ฝ่าย JTTRI - AIRO ประสงค์จะขอเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและขอความอนุเคราะห์ให้ฝ่ายไทยช่วยประสานการนัดหมายต่อไป
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วง High Season วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.15 น. ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วง High Season โดยได้รับเกียรติจาก นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี นายสรวงศ์ เทียนทอง กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยพัฒนา Soft Power และจัดกิจกรรม เทศกาล และงานอีเว้นท์ต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ด้วยความสำคัญในด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวเป็นหลัก รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาได้ขอบคุณกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและกำลังพลทุกนายที่ร่วมมือกันดูแลรักษาความปลอดภัย โดยหวังว่าการดำเนินการนี้จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงเวลานี้
นายสรวงศ์ เทียนทอง นำคณะถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัด วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.09 น. นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปี พ.ศ. 2567 ณ พระอุโบสถวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพระพรหมวชิรนายก เจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่มาร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ร่วมกับ พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ในโอกาสนี้ มีประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพสมทบทุนถวายเป็นพระราชกุศลเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,270,643 บาท (สามล้านสองแสนเจ็ดหมื่นหกร้อยสี่สิบสามบาทถ้วน) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและแสดงถึงความศรัทธาที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร ถือเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญต่อชาวนครราชสีมาและคนไทย โดยมีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่เป็นจุดรวมจิตใจของผู้มาเยือน หนึ่งในนั้นคือ สถานพระนารายณ์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด เป็นสถานที่ที่ประดิษฐานพระนารายณ์ หรือเทพเจ้าผู้มีความสำคัญในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่มีอิทธิพลในวัฒนธรรมไทยมาแต่โบราณ สถานพระนารายณ์นี้เป็นจุดที่ประชาชนต่างมาอธิษฐานขอพร และเชื่อกันว่ามีอำนาจคุ้มครองและนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มากราบไหว้ นอกจากนี้ วัดยังมีพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นองค์พระที่ชาวบ้านให้ความเคารพสักการะ อีกทั้งยังมีการจัดงานบุญและพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญตลอดปี
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเทศกาลแสง สี เสียง "เที่ยวพิมาย" สร้างความภาคภูมิใจในมรดกท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย วันที่ 9 พฤศจิกายน 2567 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงแสง สี เสียง ภายใต้ชื่อชุด “วิมายปุระ นฤมิตศรีวิเรนทราศรม” ในงานเทศกาลเที่ยวพิมาย ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมาและประเทศไทย งานนี้ได้รับความร่วมมือจากชาวพิมายและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า เช่น ปราสาทหินพิมาย ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเทศกาลเที่ยวพิมายจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสร้างงานและกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมของชาวโคราช ให้คงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ นายสรวงศ์ เทียนทอง ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และดวงวิญญาณท้าวสุรนารี ให้ดลบันดาลให้ทุกท่านที่ร่วมงานได้รับความสุขความเจริญ "งานเทศกาลเที่ยวพิมายนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมอันมีค่าของจังหวัดนครราชสีมาให้คงอยู่สืบไป" นายสรวงศ์กล่าว งานเทศกาลเที่ยวพิมายในครั้งนี้จะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความงดงามของแสง สี เสียง และสัมผัสกับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตแบบโบราณที่หาชมได้ยาก
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร วันที่ 9 พฤศจิกายน 2567 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประจำปี พ.ศ. 2567 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพระพรหมวชิรนายก เจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ การจัดพิธีในครั้งนี้ได้รับความศรัทธาจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดยนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ, นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ, นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงพุทธศาสนิกชนในจังหวัดนครราชสีมาที่ร่วมกันแสดงพลังความศรัทธา พิธีนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่กระทรวงฯ และพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะการสวมเสื้อโทนสีเหลืองเพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบอีกด้วย พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.09 น. โดยนายสรวงศ์จะเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ พระอุโบสถวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร
รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนา TMPSA Thailand Race Director Summit ณ จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามอบหมายให้ ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนา TMPSA (Thailand Race Director Summit) ณ ห้องประชุมฟอร์จูน โรงแรมฟอร์จูน โคราช จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายสามารถ สุวรรณมณี ปลัดจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ งานประชุมนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมการจัดการกีฬาแห่งประเทศไทย (ส.จ.ก.ท.) และงานวิ่งโคราชมาราธอน 2024 พรีเซนเต็ดบาย เดอะมอลล์ ในการกล่าวเปิดงาน ดร.วนิดา ได้เน้นถึงจุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในการจัดงานกีฬามวลชนอย่างสร้างสรรค์ ยั่งยืน ปลอดภัย และการกีฬาสีเขียวที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ที่สนใจ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสู่การพัฒนามาตรฐานใหม่ในการจัดงานกีฬาและอีเวนต์ในระดับประเทศ ซึ่งจะส่งผลในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจให้กับพื้นที่อย่างยั่งยืนในอนาคต งานนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เข้าร่วม โดยเฉพาะงานวิ่งโคราชมาราธอน 2024 ที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาการจัดงานกีฬาทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง
ติดตามข่าวสารล่าสุดในหมวดหมู่ข่าวเด่นวันนี้ ผ่าน RSS Feed