กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมจัดนิทรรศการกีฬาโป๊กเกอร์ ดัน "กีฬาไพ่เชิงกลยุทธ์" สู่มิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับกีฬาโป๊กเกอร์ การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกีฬาโป๊กเกอร์ และขับเคลื่อนกิจกรรมในกรอบของกีฬาอย่างเหมาะสม โดยมี นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยมีมติเห็นชอบให้ “โป๊กเกอร์” เป็นชนิดกีฬาภายใต้พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 โดยยกระดับให้เป็น “กีฬาไพ่เชิงกลยุทธ์” ที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นคงทางอารมณ์ และจิตวิทยาในการแข่งขัน ซึ่งศักยภาพของโป๊กเกอร์ในฐานะกีฬาไม่เพียงแต่สามารถต่อยอดสู่ระดับอาชีพได้เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในมิติของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของกระทรวงฯ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมจัดนิทรรศการกีฬาโป๊กเกอร์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน และกำหนดแนวทางส่งเสริมกิจกรรมกีฬาประเภทใหม่นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป
ผู้ช่วย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงาน “ทั่วหล้า เทิดไท้ ถวายใจสดุดี” เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 และฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ พาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ทั่วหล้า เทิดไท้ ถวายใจสดุดี” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมในพิธี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม กล่าวว่า “ในศุภวาระมหามงคลที่ปวงพสกนิกรชาวไทยพร้อมใจน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมยินดีกับการจัดกิจกรรม ‘ทั่วหล้า เทิดไท้ ถวายใจสดุดี’ ซึ่งมิใช่เพียงการเทิดพระเกียรติ แต่ยังเป็นเวทีแห่งการแสดงศิลปวัฒนธรรมของสองแผ่นดิน ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนไทยและจีน ตลอดระยะเวลา 50 ปีแห่งมิตรไมตรีอันลึกซึ้ง” ภายในงานมีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและประเพณีอันทรงคุณค่าจากทั้งประเทศไทยและประเทศจีน อาทิ การแสดงโขนไทย การแสดงนาฏศิลป์จีน การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีระหว่างสองประเทศ การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สื่อถึง Soft Power ของประเทศไทย ผ่านมิติของศิลปะ วัฒนธรรม และพระราชกรณียกิจที่งดงาม เป็นพลังแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นสื่อกลางเชื่อมความสัมพันธ์กับนานาประเทศอย่างยั่งยืน
รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำ นยก. รุ่น 7 ศึกษาดูงาน Smart Tourism พร้อมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมดี วารี จอมเทียนบีช พัทยา จังหวัดชลบุรี นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้บรรยายพิเศษแก่ผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระดับกลาง (นยก.) รุ่นที่ 7 ในหัวข้อ “บทบาทของนักบริหารระดับกลางต่อการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ และศักยภาพในการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันนโยบายของกระทรวงไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน จากนั้น นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้บรรยายในหัวข้อ “กลไกการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติในฐานะนักบริหารระดับกลาง” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารงานยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการโครงการ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนเทคนิคการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องด้วยการบรรยายจากนายมาฆะ ภูจินดา ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในหัวข้อ “ฉากทัศน์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับเส้นทางความก้าวหน้าของนักบริหารระดับกลาง” โดยได้นำเสนอภาพรวมของทิศทางการพัฒนากระทรวงฯ ในอนาคต แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของบริบทภายนอก รวมถึงการเตรียมความพร้อมและเส้นทางการเติบโตในสายงานราชการ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมในการวางแผนพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน ในช่วงบ่าย คณะผู้เข้ารับการอบรมได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานในหัวข้อ “Smart Tourism & Smart City สู่ Smart Destination” ณ เทศบาลตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีท้องถิ่น นอกจากนี้ รองปลัดฯ วนิดา ยังได้นำคณะอบรมร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ภายใต้โครงการ “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อนุรักษ์ พัฒนา รักษาแหล่งท่องเที่ยว” ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ข้าราชการผู้บริหารรุ่นใหม่ของกระทรวงอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญของการอบรมเชิงปฏิบัติการ ที่ไม่เพียงเน้นการพัฒนาความรู้เชิงนโยบาย แต่ยังส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเป็นนักบริหารยุทธศาสตร์ที่มีคุณภาพและสมรรถนะพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
ผู้ช่วย รมว. ท่องเที่ยวฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 ขับเคลื่อนแผนใช้จ่ายงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศระยะที่ 2 วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงฯ พร้อมด้วยนายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ พิจารณาหลักการและแนวทางในการทบทวนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 ในส่วนของงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ วงเงิน 42,000 ล้านบาท ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ กรอบวงเงินรวม 157,000 ล้านบาท ระยะที่ 2 นายจักรพล กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณางบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่น และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก “การใช้งบกลางอย่างมีประสิทธิภาพควรเชื่อมโยงกับการลงทุนในโครงการที่ตอบโจทย์การเติบโตของเศรษฐกิจจริง กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนโครงการที่เน้นการสร้างงาน สร้างรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” นายจักรพลกล่าว
ปลัดฯ ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 5/2568 เดินหน้าพิจารณาโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวปี 2568 วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 5/2568 โดยมีนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พร้อมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ พิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ประจำปีบัญชี 2568 โดยครอบคลุมโครงการที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และยกระดับมาตรฐานการบริการด้านการท่องเที่ยวให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ พิจารณาให้ความเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เพื่อให้การบริหารกองทุนมีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปัจจุบัน การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการใช้กลไกกองทุนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดอบรมหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระดับกลาง (นยก.)” รุ่นที่ 7 มุ่งยกระดับผู้นำยุคใหม่ สู่การบริหารยุคดิจิทัล วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมดี วารี จอมเทียนบีช พัทยา จังหวัดชลบุรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระดับกลาง (นยก.) รุ่นที่ 7” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 25 กรกฎาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและกีฬา รองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคประเทศไทย 4.0 และเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำในองค์กรอย่างยั่งยืน ในช่วงเช้าของวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันติธร ภูริภักดี เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม สู่การวางแผนและการบริหารจัดการสมัยใหม่สำหรับผู้นำในยุคดิจิทัล” เพื่อเสริมทักษะความคิดเชิงยุทธศาสตร์และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในโลกยุคใหม่ ต่อมาในช่วงบ่าย อาจารย์วิจิตรา โพธิ์ทองนาค ได้บรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะการสื่อสาร & จิตวิทยาการบริหารทีมงานข้ามรุ่น/ข้ามสายงาน” โดยเน้นการสร้างภาพลักษณ์ของนักบริหารยุคใหม่ และเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีมในบริบทที่มีความหลากหลาย โดยมี นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมรับฟังและให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม นอกจากนี้ ในช่วงเย็น นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ได้นำคณะผู้เข้าอบรมร่วมกิจกรรมจิตอาสา เก็บขยะริมชายหาดจอมเทียน เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้นำรุ่นใหม่ การฝึกอบรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการพัฒนาทุนมนุษย์และสร้าง “นักบริหารที่มีศักยภาพครบด้าน” ทั้งในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ การสื่อสารข้ามรุ่น และจิตสำนึกต่อสาธารณะ เพื่อผลักดันภารกิจของกระทรวงให้ก้าวไกล ตอบโจทย์โลกยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมบอร์ด กกท. เห็นชอบประกาศกำหนด “อเมริกันฟุตบอล” และ “โป๊กเกอร์” เป็นชนิดกีฬา พร้อมแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ในกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 302 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ครั้งที่ 4/2568 โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมด้วย นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงฯ (ผู้แทนปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา), ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้ แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง พลเอก สุภมนัส ภารพบ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ด้านเศรษฐศาสตร์หรือการเงิน เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการและสนับสนุนการพัฒนากีฬาของประเทศ ประกาศกำหนดกีฬา “อเมริกันฟุตบอล” เป็นชนิดกีฬา ที่ประชุมเห็นชอบประกาศให้ กีฬาอเมริกันฟุตบอล เป็นชนิดกีฬาตามหลักเกณฑ์การพิจารณากำหนดชนิดกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยอิงตามการรับรองจากสหพันธ์กีฬานานาชาติและคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ซึ่งประเทศไทยมีผลงานที่โดดเด่นในประเภทกีฬาแฟลกฟุตบอลชาย อยู่อันดับที่ 5 ของโลก จาก 36 ประเทศ ในปี 2566 และเคยคว้าเหรียญทองแดงในกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ณ จังหวัดภูเก็ต ประกาศกำหนด “โป๊กเกอร์” เป็นชนิดกีฬา ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ โป๊กเกอร์ เป็นชนิดกีฬาตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 โดยให้ความสำคัญในฐานะ “กีฬาไพ่เชิงกลยุทธ์” ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นคงทางอารมณ์ และจิตวิทยาในการแข่งขัน ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่ระดับอาชีพ และสร้างรายได้จากการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่าการเล่นโป๊กเกอร์ต้องอยู่ในกรอบของ “กีฬา” เท่านั้น และไม่เกี่ยวข้องกับการพนันแต่อย่างใด นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการประชุมว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมกีฬาใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ และสอดคล้องกับกระแสโลก โดยเฉพาะกีฬาเชิงทักษะและกีฬาเชิงสติปัญญา ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) เพื่อสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาที่มีมาตรฐานในระดับสากล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม และมุ่งพัฒนา “กีฬาไทย สู่เวทีโลก” อย่างยั่งยืนต่อไป
ก.ท่องเที่ยวฯ อนุมัติคืนเงินกองถ่ายต่างชาติ 528 ลบ. สร้างผลตอบแทนเศรษฐกิจกว่า 5 เท่า ย้ำไทยศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก [กรุงเทพฯ] – กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตอกย้ำความสำเร็จของมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศฯ อนุมัติคืนเงิน (Incentive) แก่กองถ่ายจากสหรัฐอเมริกา 4 เรื่อง รวม 528 ล้านบาท หลังสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาลถึง 2,811 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับสู่ประเทศมากกว่า 5 เท่าของเงินสนับสนุน วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินสำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ครั้งที่ 4/2568 โดยมีนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เม็ดเงินลงทุนจำนวน 2,811 ล้านบาทจากกองถ่ายทำภาพยนตร์กลุ่มดังกล่าว ได้กระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจ้างงานทีมงานชาวไทยในหลากหลายตำแหน่ง (Local Crew) การเช่าอุปกรณ์ถ่ายทำที่ได้มาตรฐานสากล ค่าที่พัก ค่าเดินทางและโลจิสติกส์ ไปจนถึงการใช้จ่ายในร้านอาหารและบริการต่างๆ ในท้องถิ่นที่กองถ่ายเข้าไปทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ก่อให้เกิดการจ้างงานในภาพรวมกว่า 17,509 ตำแหน่ง นับเป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาคำขอรับสิทธิประโยชน์สำหรับภาพยนตร์ล็อตใหม่อีก 4 เรื่อง จากสหรัฐอเมริกา 3 เรื่อง และสิงคโปร์ 1 เรื่อง ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของสตูดิโอระดับนานาชาติที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ที่สำคัญของโลก นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า "ความสำเร็จนี้พิสูจน์ให้เห็นว่ามาตรการของเราเดินมาถูกทางและสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้อย่างคุ้มค่า เราไม่เพียงได้รับเม็ดเงินลงทุน แต่ยังเป็นการเผยแพร่ Soft Power ผ่านฉากที่สวยงามและวัฒนธรรมของไทยไปสู่สายตาชาวโลก กระทรวงฯ มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานและพัฒนามาตรการนี้ต่อไป เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับคนไทย" : #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #กรมการท่องเที่ยว #ThailandFilmOffice #IncentiveMeasure #ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย #TFO
รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานปิดการอบรมหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระดับกลาง (นยก.)” รุ่นที่ 7 วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมดี วารี จอมเทียนบีช พัทยา จังหวัดชลบุรี ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระดับกลาง (นยก.)” รุ่นที่ 7 พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม โดยมีนายมาฆะ ภูจินดา ผู้อำนวยการกองกลาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ตลอดจนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง โครงการฝึกอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–25 กรกฎาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้มีความรู้ ความเข้าใจในมิติการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ การวางแผนงานบูรณาการ และการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ตลอดจนเสริมสร้างภาวะผู้นำและการพัฒนาตนเองให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ดร.วนิดา พันธ์สอาด ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมผู้เข้ารับการอบรมทุกคนที่มุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้ตลอดระยะเวลาการอบรม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับจากหลักสูตรนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของตนเองและสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพงานของหน่วยงาน และก่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม โครงการ “นักบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระดับกลาง (นยก.)” ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และศักยภาพ พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ก.ท่องเที่ยวและกีฬา ผนึกกำลังทุกภาคส่วน จัดพิธีไหว้ครูมวยไทยยิ่งใหญ่ ขับเคลื่อน Soft Power ชาติสู่เวทีโลก ตอกย้ำไทยคือต้นตำรับมวยไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดกิจกรรม "ครอบมงคลไหว้ครูมวยไทย ประจำปี 2568" โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 1,500 คน สะท้อนพลังแห่งศรัทธาในมรดกภูมิปัญญาไทย พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ในการผลักดัน "มวยไทย" ให้เป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งตามนโยบายรัฐบาล กรุงเทพ | วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมครอบมงคลไหว้ครูมวยไทย ประจำปี 2568 โดยมี นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ, นางสาวสิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), นายชาคริต สิทธิฤทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ มร. ซอ ซอ โซ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ตลอดจนครูมวยไทยผู้ทรงคุณวุฒิ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า "การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริม Soft Power และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ 'มวยไทย' ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะการป้องกันตัวหรือกีฬาเพื่อการแข่งขัน แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่หลอมรวมทั้งศาสตร์และศิลป์ จิตวิญญาณแห่งความเคารพ ความกตัญญู ผ่านพิธีไหว้ครูอันศักดิ์สิทธิ์ ภาพความสำเร็จในวันนี้ที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลก จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งชาติ" กิจกรรมนี้เป็นผลจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง กรมพลศึกษา และ สพฐ. โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้หยั่งรากลึกในกลุ่มเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งส่งเสริมให้การออกกำลังกายด้วยมวยไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน ไฮไลท์สำคัญของงานคือพิธีครอบมงคลอันเป็นสิริมงคล ซึ่งได้รับเกียรติจากปูชนียบุคคลในวงการมวยไทยมาร่วมประกอบพิธี นำโดย ครูสืบ จุนทะเกาศลย์, ครูฟอง เกิดแก้ว, ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA), ขาวผ่อง สิทธิชูชัย วีรบุรุษเหรียญเงินโอลิมปิก และ ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์ เจ้าของฉายา "ขุนเข่าเสาโทรเลข" พร้อมด้วยครูมวยไทยผู้ทรงคุณวุฒิอีกกว่า 40 ท่าน สร้างความประทับใจและแสดงถึงความเคารพในประเพณีดั้งเดิมอย่างสูงสุด ความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงวัดจากจำนวนผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงการยอมรับในระดับสากล และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยคือ "บ้านของมวยไทย" (Motherland of Muaythai) อย่างแท้จริง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจในการเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อสร้างประโยชน์ในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีงามของประเทศต่อไป . #ครอบมงคลไหว้ครูมวยไทยกรมพลศึกษา2568 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #กรมพลศึกษา #ไหว้ครูมวยไทย #มวยไทย #Muaythai #MuaythaiSoftPower #SoftPower #ThaiCulture #มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานงานเลี้ยงขอบคุณนักกีฬามวยไทย ร่วมฉลองความสำเร็จ มวยไทยบรรจุใน CISM World Summer Games 2027 ตอกย้ำพลัง Soft Power ไทยบนเวทีโลก วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานเลี้ยงขอบคุณนักกีฬามวยไทย พร้อมร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ “มวยไทย” ได้รับการบรรจุเป็นชนิดกีฬาลำดับที่ 26 ในการแข่งขัน CISM World Summer Games 2027 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองนอร์ธคาโรไลนา สหรัฐอเมริกา นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ที่ยกระดับมวยไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สุทิน คลังแสง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) พลเรือเอก สุพพัต ยุทธวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา , ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ , พันเอก เปรมินทร์ ราชฤทธิ์บริรักษ์ กรมวังผู้ใหญ่ , คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน นักกีฬา เจ้าหน้าที่ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและนักกีฬามวยไทยที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น นายสรวงศ์ กล่าวว่า การแข่งขันมวยไทยทหารโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็น “ก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง” ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมวยไทยในระดับสากล มวยไทยไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกายหรือการต่อสู้ แต่เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ผสานเทคนิคการใช้ร่างกายกับไหวพริบและจิตวิญญาณของนักกีฬา ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ทำให้ CISM เห็นถึงคุณค่าและตัดสินใจบรรจุมวยไทยเป็นกีฬาในการแข่งขันระดับโลก “ความสำเร็จในวันนี้ คือผลลัพธ์จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งนักกีฬา กองทัพไทย คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และผู้ผลักดัน Soft Power ด้านกีฬา ที่ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างไม่ย่อท้อ” นายสรวงศ์กล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้ย้ำว่า การบรรจุมวยไทยในเวที CISM World Summer Games 2027 ถือเป็น “ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม” ของการผลักดัน Soft Power ด้านกีฬา ของประเทศไทย และจะเป็นแรงผลักดันให้มวยไทยกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในหมู่ทหารและนักกีฬาทั่วโลก “จากนี้ไป ทหารและนักกีฬาทั่วโลกจะต้องฝึกฝนมวยไทยเพื่อเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ นี่คือการตอกย้ำว่า มวยไทยคือ Soft Power ที่ทรงพลังของประเทศไทย” นายสรวงศ์กล่าว ในช่วงท้ายของพิธี รัฐมนตรีฯ ได้กล่าวให้กำลังใจนักกีฬาทุกคน พร้อมแสดงความหวังว่า มวยไทยจะก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก
วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ นายมาฆะ ภู่จินดา ผู้อำนวยการกองกลาง พร้อมด้วยคณะกรรมการสวัสดิการฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานการจัดสวัสดิการให้แก่บุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณา ร่างระเบียบสวัสดิการ 2 ฉบับหลัก ได้แก่ ระเบียบว่าด้วยการจัดสวัสดิการ พ.ศ. 2568 ระเบียบว่าด้วยการเงินและการบัญชีกองทุนสวัสดิการ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นการปรับปรุงจากระเบียบเดิมให้มีความทันสมัย โปร่งใส และตอบโจทย์การบริหารจัดการในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถดูแลบุคลากรได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึง แนวทางการจัดหารายได้เข้าสู่กองทุนสวัสดิการฯ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและรองรับการขยายบริการด้านสวัสดิการในอนาคต อาทิ การจัดกิจกรรมเพื่อสวัสดิการ การเปิดพื้นที่ให้เกิดรายได้ และแนวคิดการพัฒนาสวัสดิการในมิติต่าง ๆ ที่หลากหลาย นางสาววนิดา พันธ์สอาด ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของบุคลากรในฐานะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของผู้บริหารในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพราะเชื่อมั่นว่าการมีสวัสดิการที่ดีและมั่นคง จะช่วยเพิ่มพลังในการปฏิบัติภารกิจของกระทรวงฯ ให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประชุมครั้งนี้นับเป็น จุดเริ่มต้นที่สำคัญของการพัฒนาระบบสวัสดิการของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้มีความเป็นรูปธรรม รองรับการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของบุคลากรอย่างแท้จริง เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรคุณภาพในอนาคต
ติดตามข่าวสารล่าสุดในหมวดหมู่ข่าวเด่นวันนี้ ผ่าน RSS Feed