กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ข่าวสารล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
“รมต.สุดาวรรณ” มอบรางวัลผู้ชนะเลิศ การประกวดตราสัญลักษณ์ (Logo) คำขวัญ (Motto) สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(รมว.กก.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดตราสัญลักษณ์ (Logo) คำขวัญ (Motto) สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2568 / ค.ศ.2025 โดยมี นายกิตติ เชาวน์ดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ตามที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้จัดการประกวดออกแบบการประกวดตราสัญลักษณ์ (Logo) คำขวัญ (Motto) สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระดับประชาชนทั่วไปขึ้น ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2568 / ค.ศ.2025 เพื่อคัดสรรผลงานนำไปใช้ประจำการแข่งขันสำหรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยเปิดให้ผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 25 ตุลาคม 2566 ภายหลังจากการเปิดรับผลงานมีผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานการออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) คำขวัญ (Motto) สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) เข้าร่วมการประกวดกันอย่างเป็นจำนวนมาก นั้น ทั้งนี้คณะกรรมการตัดสิน ได้ให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบตัดสิน นำเสนอผลงานรอบสุดท้าย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ก่อนที่คณะกรรมการสรุปผลการตัดสิน และประกาศผลงานการประกวดรางวัลทั้งหมด ดังนี้ -กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ผู้ชนะเลิศการประกวดตราสัญลักษณ์ (Logo) ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายเรืองวิทย์ ภู่ธราภรณ์ และรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายไพโรจน์ อยู่จ่าย และนายฐปนนท์ อ่อนศรี ผู้ชนะเลิศการประกวดสัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายทวิช จิตเที่ยง และรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายนพดล อนันต์ถาวร และ น.ส.ศริยา หรรษาเวก ผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญ (Motto) ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายพลจิตร สาไชยยันต์ คำขวัญ คือ “Amity of ASEAN” รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายทวิช จิตเที่ยง คำขวัญ คือ “Unity is Power” และนายสุรัตนชัย ชื่นตา คำขวัญ คือ “The power of friendship” -กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ผู้ชนะเลิศการประกวดตราสัญลักษณ์ (Logo) ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายอดิศักดิ์ ม่วงคง และรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายอัฑฒ์อิศรา รักปลื้ม และนายสมชาย นิลแก้ว ผู้ชนะเลิศการประกวดสัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายนพดล อนันต์ถาวร และรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายอภิชัย ผ่องภิรมย์ และนายเผ่าพันธ์ พงศ์พิธธน ผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญ (Motto) ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายถวัลย์ ดิษฐสุธรรม คำขวัญ คือ “Create pride together” รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ นายสุรัตนชัย ชื่นตา คำขวัญ คือ “Opportunity and Equality” และนายหาญ พิริยะสงวนพงศ์ คำขวัญ คือ “Power of ASEAN” สำหรับตราสัญลักษณ์ (Logo) คำขวัญ (Motto) สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ที่ชนะเลิศการประกวดในครั้งนี้ จะยังไม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และต้องรอการพิจารณาประกาศการใช้งานอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ ประเทศไทย กำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 / ค.ศ.2025 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยมี 3 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร, จ.ชลบุรี และ จ.สงขลา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ส่วนกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 โดยมี จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าภาพ.
การประชุมติดตามกิจกรรมกีฬา และการพัฒนากีฬาจังหวัดกำแพงเพชร วันที่ 23 พ.ย.2566 เวลา 14.00 น. นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมติดตามกิจกรรมกีฬา และการพัฒนากีฬาจังหวัดกำแพงเพชร โดยมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร, นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 1, นางปวีณวรรณ นิลกำแหง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร, นางสาวสุรัชตา มาเมตตา ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดกำแพงเพชร, ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในวันและเวลาดังกล่าว ณ ห้องประชุมซุ้มกอ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันหารือการจัดกิจกรรมกีฬาและนันทนาการเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดกำแพงเพชร โดยร่วมกันพิจารณาประเภทกีฬากว่าสิบรายการ เพื่อนำไปจัดเตรียมทำการแข่งขันในอนาคต รวมถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนของสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาในแต่ละประเภท เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในจังหวัดกำแพงเพชร และให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีของชาวกำแพงเพชรต่อไป
“ทปษ.ณณัฏฐ์” เปิดโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวและการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายของประชาชน ผ่านกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา (CSR) ครั้งที่ 1 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30 น. นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวและการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายของประชาชน ผ่านกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา (CSR) ครั้งที่ 1 โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร, นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา, ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 1, นางปวีณวรรณ นิลกำแหง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร, นางสาวสุรัชตา มาเมตตา ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดกำแพงเพชร, นายวสันต์ ชูเฉลิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง , พ.ท.สมจิตร จงจอหอ, พ.ต.แก้ว พงษ์ประยูร แขกรับเชิญกิติมศักดิ์ คณะผู้บริหาร, เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีฯ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง ตำบล วังทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวและการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาและการออกกําลังกายของประชาชน ผ่านกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา (CSR) กิจกรรมนี้ ทําให้ได้เห็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ตั้งแต่อุปกรณ์กีฬาที่ทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดย ดร.สุปราณี คุปตาสา ตั้งใจจัดหาอุปกรณ์กีฬาที่ได้มาตรฐาน จํานวนมากและหลากหลายชนิดกีฬาให้แก่เด็กๆ เยาวชนในพื้นที่จังหวัดกําแพงเพชร และเห็นได้ชัดเจนว่าจะเป็นประโยชน์ในการ กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการเล่นกีฬาเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย ด้านการเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพัฒนาประเทศที่มุ่งส่งเสริมการใช้กิจกรรมนันทนาการและการกีฬาเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะประสบความสําเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ต่อไป สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้นอกจากการส่งมอบอุปกรณ์กีฬาแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก พ.ท.สมจิตร จงจอหอ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย และเหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัย, พ.ต.แก้ว พงษ์ประยูร อดีตนักชกเหรียญเงินโอลิมปิก นักชกซีเกมส์ 6 สมัย กับ 4 เหรียญทอง ร่วมฝึกสอนทักษะกีฬามวยไทยให้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย เวลา 11.50 น. นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 1 และคณะ ร่วมกันลงพื้นที่ดูสระว่ายน้ำโรงเรียนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร และสนามสเก็ตบอร์ดในลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน ริมแม่น้ำปิง เพื่อร่วมกันพิจารณาเสนองบประมาณในการสร้าง, ซ่อมแซม ทั้งในส่วนของสระว่ายน้ำและลานสเก็ตบอร์ดต่อไป
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.00 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดโอกาสให้ นายอเล็กซานเดอร์ เฟลด์แมน ประธานบริษัทโบอิ้ง ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะหัวหน้าคณะสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (U.S.-Asean Business Council: USABC) และคณะฯ เข้าพบหารือ ในประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยหัวหน้าคณะ USABC ได้กล่าวแสดงความยินดีการแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งร่วมกันหารือแนวทางการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทย และ USABC เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้เกิดความยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในภาคการท่องเที่ยว การจ้างงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยว 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยต่อไป
รมว.สุดาวรรณ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม LOI ระหว่าง ททท. กับ แอปพลิเคชั่น Fliggy แพลตฟอร์มท่องเที่ยวยอดนิยมในตลาดจีน มุ่งหวังกระตุ้นการเดินทางตลาดนักท่องเที่ยวจีน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในการท่องเที่ยวไทย วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.30 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) และ Mr. Zhuoran Zhuang รองประธานบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป และประธานบริหาร บริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับ แอปพลิเคชั่น Fliggy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ยอดนิยมในตลาดจีน บริษัทในเครือ Alibaba กรุ๊ป โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับ Mr. Tyrion Tong รองประธานบริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology เพื่อร่วมกันส่งเสริมการขายกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ณ อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดสำคัญของประเทศไทย การบูรณาการความร่วมมือกับแอปพลิเคชั่น Fliggy ในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเสริมแรงมาตรการยกเลิกการตรวจลงตราทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 (5 เดือน) แล้ว ยังถือเป็นการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในตลาดจีน เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทางการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด โดยนักท่องเที่ยวร้อยละ 86 จำแนกเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบ FIT ที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพที่มีกำลังซื้อ มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7.88 คืนซึ่งยาวนานกว่า และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 คิดเป็นจำนวน 56,000 บาทต่อทริป ในขณะที่ข้อมูลจาก Alipay ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ปเช่นกัน พบว่านักท่องเที่ยวจีนที่ใช้บริการผ่าน Alipay มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว โดยยังไม่รวมค่าที่พักสูงถึง 20,000 บาทต่อคนต่อทริป ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปี 2562 ดังนั้น การลงนามร่วมกับแอปพลิเคชั่น Fliggy แพลตฟอร์มบริการด้านท่องเที่ยวออนไลน์ยอดนิยมของจีนซึ่งมีบัญชีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านบัญชี และมีบริการที่ครบวงจร (One Stop Service) ครอบคลุมตั้งแต่การสำรองบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก ทัวร์ส่วนตัว จะเพิ่มโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพของประเทศไทยในตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์เชิงบวก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยวไทยในตลาดจีน และเร่งกระตุ้นรายได้ทางการท่องเที่ยวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพของจีนด้วย สำหรับการลงนาม LOI ระหว่าง ททท. และแอปพลิเคชัน Fliggy ในครั้งนี้ มีความร่วมมือที่ครอบคลุมการร่วมกันนำสมาร์ทเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง การนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยบนแพลตฟอร์ม Fliggy การส่งเสริมและนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีศักยภาพ (Potential Hidden Gem Destinations) แก่นักท่องเที่ยวจีน การร่วมผลิตและเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์สำหรับตลาดจีน การร่วมจัดแคมเปญส่งเสริมตลาดสำหรับอีเว้นท์ และเทศกาลต่าง ๆ อาทิ เทศกาลตรุษจีน Golden Week เป็นต้น รวมถึงทาง Fliggy จะจัดทีมบริการให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวจีนตลอด 24 ชั่วโมงทั้งในรูปแบบออนไลน์และศูนย์ให้บริการข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ที่กำหนด โดย ททท. จะสนับสนุนการจัดอบรมและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่ของ Fliggy ด้วย จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 พฤศจิกายน 2566 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วประมาณ 3 ล้านคน โดยเป็นตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ 2 รองจากมาเลเซียที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด ทั้งนี้ ททท.มุ่งส่งเสริมความเชื่อมั่นและกระตุ้นการขายในตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกผ่านการจัดกิจกรรมแฟมทริป การนำศิลปินผู้มีชื่อเสียงร่วมเดินทางและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในตลาดจีน และร่วมกับพันธมิตรในตลาดจีนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเร่งผลักดันรายได้นักท่องเที่ยวจีนสู่เป้าหมาย
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.00 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายกิตติ เชาวน์ดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุพจน์ วงศ์จรัสรวี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ และเจ้าหน้าที่กองการต่างประเทศ ร่วมแสดงความยินดีกับ นายอุบัยด์ ซะอีด อุบัยด์ บินฏอริช อัลฎอฮิรี (Mr. Obaid Saeed Obaid Bintaresh Aldhaheri) เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย ในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย ครบรอบ52 ปี ณ โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพ ฯ