กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีพุทธศักราช 2568 ซึ่งอัญเชิญไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดธรรมิการาม ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี ณ พระอุโบสถ วัดธรรมิการาม อ.เมืองฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 24 ตุลาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เคลียร์ชัดชัดเจน” สถานีโทรทัศน์ NBT โดยชี้แจงความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และพาราเกมส์ ในปี 2568 โดยเน้นว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่ บุคลากร การอำนวยความสะดวก และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างสมบูรณ์และสร้างความประทับใจให้กับนานาชาติ
วันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. ณ พระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว "วันปิยมหาราช" โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
กรุงเทพฯ – 23 ตุลาคม 2568 – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เข้าพบและหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดงาน Travel & Tech Asia 2026 และ Prolight + Sound Bangkok 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร โดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ มอบหมายให้นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพบผู้แทนจากบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เพื่อหารือและปรึกษาแนวทางความร่วมมือในการจัดงานดังกล่าว งาน Travel & Tech Asia 2026 จัดโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด และ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต (Messe Frankfurt) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกด้านการจัดนิทรรศการ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เทคโนโลยีการเดินทาง และธุรกิจบริการของไทยให้ก้าวสู่เวทีสากล ภายในงานจะมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการท่องเที่ยว เช่น แพลตฟอร์มบริหารจัดการท่องเที่ยวอัจฉริยะ เทคโนโลยี AI ด้านการเดินทาง โซลูชันสำหรับการจัดอีเวนต์ รวมถึงเทคโนโลยีแสง สี เสียง จากงาน Prolight + Sound Bangkok 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีด้านเสียงและแสงระดับโลก การหารือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาค
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ณ ห้อง Platinum Hall ชั้น 3 โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการประชุมเรื่อง “ภาพรวมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนในประเทศไทย และมาตรการเพื่อดูแลความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว” โดยมี คุณอู๋ เจี้ยน (Mr. WU Jian) อัครราชทูตที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย กงสุลใหญ่ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ท่านรองปลัดฯ กล่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 50 ปี พร้อมตอกย้ำว่าปี 2568 ถือเป็น “ปีแห่งมิตรภาพทองคำไทย–จีน (Golden Year of Friendship)” ซึ่งทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้าน “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินมาตรการสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวจีน อาทิ • การเสริมศักยภาพของ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center – TAC) 17 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำกว่า 270 คนที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา • การพัฒนาเครือข่าย อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา (TSV) กว่า 2,400 คนทั่วประเทศ เพื่อช่วยดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ • การอบรมและจัดตั้งทีม ผู้ช่วยชีวิตทางน้ำ (Lifeguard) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเลและกิจกรรมทางน้ำ • การเผยแพร่ความรู้ด้าน Safety Tourism ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์หลายภาษา เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความปลอดภัยในการท่องเที่ยว นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ การติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในภาวะฉุกเฉิน รองปลัดวนิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ “เมืองไทยปลอดภัย (Safety Thailand)” เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน รู้สึก “อบอุ่น มั่นใจ และปลอดภัย” ในทุกการเดินทาง “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงมาตรการของภาครัฐ แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ ที่จะช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตร”กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “เมืองไทยปลอดภัย” เพื่อยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก และส่งต่อความประทับใจให้ประเทศไทยเป็น “จุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย อบอุ่น และยั่งยืน”
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือสำคัญ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 เพื่อเดินหน้าทบทวนมาตรการVisa free อย่างเร่งด่วน โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานภายในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วาระเร่งด่วน คือ พิจารณาผลกระทบจากมาตรการ Visa free (การอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยวสามารถพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 60 วัน) เพื่อปรับระยะเวลาพำนักที่ได้รับอนุญาตสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยอีกครั้ง มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันก็ยังคงให้นักท่องเที่ยวมีเวลาเพียงพอในการสำรวจและเพลิดเพลินกับการเดินทาง และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว นายอรรถกร ศิริลัทธยากรศ์ กล่าวว่า "การประชุมครั้งนี้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการบังคับใช้กฎระเบียบการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจ ในขณะเดียวกันก็ปกป้องธุรกิจในท้องถิ่นจากการแข่งขันที่ผิดกฎหมายจากต่างชาติ" #อรรถกรศิริลัทธยากร #นัทรียาทวีวงศ์ #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) – วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (คณะกรรมการ ปคม.) ครั้งที่ 3/2568 โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญในการติดตามสถานการณ์และยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย เพื่อรักษามาตรฐานในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี 2568 แต่ประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับภาคการท่องเที่ยว คือ การปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ "แก๊งสแกมเมอร์" ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร (รมว.กก.) ได้ร่วมหารือและขานรับนโยบายเร่งด่วนดังกล่าว โดยตระหนักว่าปัญหาแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ ไม่เพียงสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนชาวไทย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ว่า ข่าวสารเกี่ยวกับการหลอกลวง อาชญากรรมออนไลน์ หรือการที่นักท่องเที่ยวตกเป็นเหยื่อ ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย (Safe Destination) การที่รัฐบาลยกระดับการปราบปรามอย่างจริงจัง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการ "ทำความสะอาดบ้าน" เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเรียกคืนความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ โดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานการประชุม ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบเชิงลบจากการใช้วลี "จีนเทา" ซึ่งเป็นภาษาที่ไม่เหมาะสม และส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศซบเซา โดยเฉพาะการท่องเที่ยวจากประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก และกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ในประเด็นนี้ นายอรรถกร ให้ความเห็นว่า สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่น (Building Confidence) และส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวก การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนหรือการใช้คำที่สร้างความแตกแยก ส่งผลเสียร้ายแรงต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยว กระทรวงฯ จึงพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสื่อสารข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะบั่นทอนความพยายามในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นายอรรถกร กล่าวย้ำว่า การเข้าร่วมประชุม ปคม. ในวันนี้ เป็นการยืนยันจุดยืนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานความมั่นคง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ "การสร้างความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่ดี คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การที่นักท่องเที่ยวจะตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย ปัจจัยด้านความปลอดภัยต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ปลอดภัย และน่าประทับใจ เมื่อมาเยือนประเทศไทย" นายอรรถกร กล่าว ______ #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #อรรถกรศิริลัทธยากร #เที่ยว #กีฬา #M
วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศรีสิทธิสงคราม กองบัญชาการกองทัพบบก นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้แทนกรมการท่องเที่ยว กรมพลศึกษา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงการกีฬาแห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา (MOU) โดยมีพล.อ. อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดทำ MOU ความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างกองทัพบก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว กรมพลศึกษา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งระดมข้อคิดเห็นและกำหนดขอบเขตความร่วมมือร่วมกันในด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศ เพื่อวางกรอบแผนการดำเนินงานร่วม (Joint Action Plan) ภายใต้ MOU ที่จะลงนามอย่างเป็นทางการ กองทัพบกเสนอแนวทางการบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ทหาร 2. การสนับสนุนด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารภาพลักษณ์ 3. การร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ทหาร (Unseen Military Tourism) 4. การจัดกิจกรรม Amazing Muaythai Festival ที่อุทยานราชภักดิ์ นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่สามารถขับเคลื่อนในมิติการท่องเที่ยวและกีฬาได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการทุกภาคส่วน ซึ่งทางกองทัพบกมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ หากให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมจะเกิดความคุ้มค่ามาก และทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะสนับสนุนทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในทุกมิติ ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีการจัดทำระบบในการจัดทำข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เช่น เว็บไซต์ sports-almanac.go.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์สารานุกรมกีฬาแห่งประเทศไทย จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน ทั่วไปในการใช้ฐานข้อมูลกลางองค์ความรู้ และแพลตฟอร์มการประมวลผลด้านส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2566-2570)
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรายงานความคืบหน้าและนำเสนอแผนการจัดงาน “2 เทศกาลเมกะอีเวนต์ระดับโลก (Mega Events)” ที่จะจัดขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของไทย (Tourism Hub) นายอรรถกร เปิดเผยว่า การเข้าพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลในการใช้ “งานเทศกาลระดับโลก” เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่โดดเด่น และกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมี 2 เทศกาลสำคัญ ได้แก่ 1. Maha Loi Krathong World Event 2568 (เทศกาลลอยกระทงมรดกโลก) จังหวัดสุโขทัย: งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จัดระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: จัดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ไฮไลต์: ยกระดับประเพณีลอยกระทงของไทยสู่ระดับสากล บนพื้นที่มรดกโลกยูเนสโก (UNESCO World Heritage Sites) ทั้งสองแห่ง ผสมผสานความงดงามของวัฒนธรรมไทยเข้ากับการแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสมสุดตระการตา เพื่อมอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลกให้กับนักท่องเที่ยว 2. Vijit Chao Phraya 2025 (วิจิตรเจ้าพระยา 2568) ช่วงเวลาจัดงาน: 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568 (รวม 45 วัน) สถานที่: ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น สะพานพระราม 8, วัดอรุณราชวรารามฯ และสะพานพระพุทธยอดฟ้า ไฮไลต์: การแสดงไฟ (Lighting Show) การฉายภาพบนอาคาร (Projection Mapping) และขบวนเรือประดับไฟสุดอลังการ เพื่อสร้างสีสันยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ และยกระดับการท่องเที่ยวในเขตเมือง (Urban Tourism) ให้คึกคักยิ่งขึ้น
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครั้งที่ 7/2568 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดและข้าราชการในกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2569 ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภายในให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนนโยบาย “ท่องเที่ยวไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ของรัฐบาล เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism Data Platform) การบูรณาการระบบข้อมูลระหว่างหน่วยงานในสังกัด และแนวทางการใช้เทคโนโลยีสื่อสารร่วมสมัยในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ ในฐานะประธานการประชุม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในภารกิจด้านการบริหารจัดการข้อมูล การให้บริการประชาชน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลของกระทรวง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและภาพลักษณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารล่าสุดในหมวดหมู่ข่าวเด่นวันนี้ ผ่าน RSS Feed