กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 07.15 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายในพิธี มีพระราชาคณะและพระสงฆ์จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์และประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีคณะรัฐมนตรี คู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ภายหลังพิธีสงฆ์ ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 1 นาที เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, พลตรีโอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Application Zoom Cloud Meetings เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ของประเทศไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านการจัดการแข่งขันและมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายใต้นโยบาย “Safety First” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ในการประชุมได้มีมติร่วมกันว่า การแข่งขันฟุตบอลชายสาย A ซึ่งประกอบด้วย ทีมชาติไทย ทีมชาติกัมพูชา และทีมชาติติมอร์-เลสเต เดิมมีกำหนดจัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา จะเปลี่ยนมาจัดที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน จังหวัดกรุงเทพฯ แทน โดยฝ่ายความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความเห็นว่า จังหวัดกรุงเทพฯ มีความพร้อมและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมกว่า หลังจากลงสำรวจพื้นที่จังหวัดสงขลาแล้วพบว่ามีข้อจำกัดบางประการในด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชายได้มีการปรับเป็นวันที่ 4, 7 และ 11 ธันวาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยที่ประชุมมีมติให้ปิดพื้นที่บริเวณสนามหญ้าในระหว่างพิธีการเปิด เพื่อป้องกันความเสียหายของพื้นสนามแข่งขัน และยืนยันว่าพื้นสนามจะพร้อมสมบูรณ์ตามมาตรฐานในวันแข่งขันแน่นอน สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมกับ กกท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา จัดเตรียมระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรในทุกมิติ เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานสูงสุด นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ กกท. ยังมีนโยบายร่วมกันในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในฐานะแฟนกีฬา โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนกีฬาชาวไทยในโอกาสที่ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ในรอบ 18 ปี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบลงทะเบียนเข้าชมจะมีการคัดกรองผู้เข้าชมอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยจะจัดสรรโควตาให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทุกสนาม นอกจากนี้ สำหรับกีฬายอดนิยม อาทิ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล ฯลฯ จะมีการจัดพื้นที่รับชมบริเวณนอกสนาม พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันสามารถร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันได้เช่นกัน
วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ครั้งที่ 8/2568 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเชื่อมต่อระบบประชุมออนไลน์ โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. และคณะกรรมการฯ เข้าร่วม ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์ด้านกีฬา เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการร้องเรียนจากนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬาอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นระบบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์กีฬาไทยและความเชื่อมั่นของสาธารณชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ แผนงานตามนโยบายผู้ว่าการ กกท. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2569 (ทบทวนปี 2569) ให้สอดคล้องกับ แผนวิสาหกิจการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569–2573 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากีฬาไทยในทุกมิติ ทั้งการสร้างนักกีฬาอาชีพ การยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน และการพัฒนากีฬาเศรษฐกิจ ที่ประชุมยังเห็นชอบผลการคัดเลือกจังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ระหว่างปี พ.ศ. 2570 – 2575 เพื่อผลักดันการกระจายโอกาสด้านกีฬาสู่ภูมิภาค และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการแข่งขันจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับประเทศ อีกทั้ง มีมติให้ กีฬาพาเดล (Padel) และ พิกเคิลบอล (Pickleball) เป็นชนิดกีฬาที่สามารถยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาในประเทศไทยได้อย่างเป็นทางการ สอดรับกับกระแสกีฬาแนวใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการออกกำลังกายและเล่นกีฬาในรูปแบบที่หลากหลาย การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและ กกท. ในการยกระดับมาตรฐานวงการกีฬาไทย สร้างระบบบริหารจัดการกีฬาที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้กีฬายุคใหม่เติบโต เพื่อให้กีฬาไทยเดินหน้าสู่ความเป็นสากล
วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน ครั้งที่ 1/2568 การประชุมในครั้งนี้เป็นไปตามมติที่ประชุมครั้งก่อน เพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม CCC ซึ่งเป็นระบบกลางสำหรับรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถิติการออกกำลังกายของประชาชนจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงหารือแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกิจกรรมสะสมพลังแคลอรี่ เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์และรางวัลสนับสนุน โครงการ CCC ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน และสร้างฐานข้อมูลสถิติสุขภาพเชิงบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของคนไทยในระยะยาว ที่ประชุมจึงได้พิจารณากลุ่มสินค้าสำหรับสนับสนุนรางวัลแก่ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม รวมถึงแนวทางขยายฐานผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เช่น เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือยังไม่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีสุขภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในระบบได้มากขึ้น โดยในที่ประชุมพิจารณาขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมสนับสนุนของรางวัล สิทธิพิเศษ หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในรูปแบบต่างๆ อันจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าร่วมในโครงการมากขึ้น รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนต่อไป
วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการประชุมหารือแนวทางการจัด โครงการการพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมการออกกำลังกาย การเล่นกีฬาสำหรับเด็กและเยาวชน ผ่านแพลตฟอร์ม Calories Credit Challenge (CCC) ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมีนายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางการดำเนินกิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มเป้าหมาย การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการต้นแบบที่สามารถทดลองใช้จริง โดย นำผลการศึกษาที่ได้ไปทดลองใช้เป็นต้นแบบใช้งานจริง ผ่านรูปแบบการอบรมสัมมนาและการพัฒนาหลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี พร้อมปลูกฝังนิสัยรักการออกกำลังกายตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมที่หลากหลายและตอบโจทย์ความสนใจของเด็กและเยาวชนในแต่ละช่วงวัย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังมุ่งหวังให้นวัตกรรมและผลการศึกษาที่เกิดขึ้น สามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้น 3 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดเตรียมผลงานเพื่อเสนอเข้ารับ “รางวัลเลิศรัฐ” ประจำปี 2569 โดยมีนายมาฆะ ภู่จินดา ผู้อำนวยการกองกลาง และเจ้าหน้าที่กองพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดกรอบการดำเนินงาน เปลี่ยนงานประจำให้เป็นผลงานรางวัลเลิศรัฐ จุดประกายภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและกลยุทธ์ในการพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพ และสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำผลงานอย่างมืออาชีพ โดยผลักดัน 2 สาขา คือ สาขาบริการภาครัฐ และสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม มีผลงานที่นำเสนอ ได้แก่ Sport Almanac CCC Entry Thailand การเชื่อมโยงท่องเที่ยว GMS to Hub Tourism และ MOTS เปิดใจส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการก้าวสู่การเป็นองค์กรภาครัฐที่มีศักยภาพสูง มีระบบการทำงานที่ทันสมัย และพร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐที่เป็นเลิศอย่างแท้จริง
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการบูรณาการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ณ อิมแพค เมืองทองธานี ในพิธีดังกล่าว นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นผู้แทนกระทรวงฯ ลงนามความร่วมมือกับอีก 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, และกระทรวงศึกษาธิการ และ 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งด้านคุณภาพชีวิต คนเปราะบาง การศึกษา และอาชีพ ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมุ่งเน้นการใช้กลไกการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญใน "การสร้างอาชีพและกระจายรายได้" โดยจะส่งเสริมการนำสินค้าและบริการในชุมชนมาต่อยอดเพื่อยกระดับการท่องเที่ยว สร้างงานให้คนทุกช่วงวัย และทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. นาย อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงนโยบายการดำเนินงานด้านกีฬาและเปิดสัมมนาทิศทางการดำเนินงานของ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ณ โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แถลงนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) 100 วัน เพื่อ "ปฏิรูปกองทุนฯ ปลดปล่อยศักยภาพวงการกีฬาไทย" นโยบายนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาแกนกลางที่ส่งผลกระทบต่อวงการกีฬา ได้แก่: • ปัญหาระบบงบประมาณที่ติดขัดด้วยความล่าช้า • ปัญหาคอขวดเชิงโครงสร้างและกระบวนการของกองทุนฯ • ปัญหาความโปร่งใสและความเป็นธรรม • ความล่าช้าในการรับเบี้ยเลี้ยงและเงินทุนสนับสนุนของนักกีฬาและสมาคมกีฬา • ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) โดยมีนโยบายเร่งด่วน 4 ด้าน เพื่อปลดล็อกศักยภาพนักกีฬาไทย ดังนี้: 1. ผลักดันงบประมาณสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เร่งผลักดันการเพิ่มกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุน "การเก็บตัวฝึกซ้อม" (เพิ่มงบประมาณ 280.7 ล้านบาท) และ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" (เพิ่มงบประมาณ 22.5 ล้านบาท) เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมสูงสุดในการเป็นเจ้าภาพ 2. อัดฉีดงบกีฬา 400+ ล้านบาท จัดสรรไว โปร่งใส ผลักดันการเพิ่มกรอบงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายปลดล็อกการจัดสรรงบให้เสร็จสิ้น "ก่อน 15 พฤศจิกายน 2569" และกระจายให้ครอบคลุม "ทุกสมาคม" ภายใต้เกณฑ์ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ 3. พลิกโฉมบริการกองทุนฯ (อนุมัติไว-เบิกจ่ายเร็ว) ยกระดับการให้บริการของกองทุนฯ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและ AI เพื่อเร่งรัดการจัดสรรงบประมาณ, การอนุมัติคำขอ, การลงนาม MOU ออนไลน์ โดยสามารถยื่นคำขอออนไลน์สำหรับปี 70-71 ได้ทันที และติดตามสถานะคำขอและการเบิกจ่ายได้แบบ Real-time 4. สร้างหลักประกันใหม่ ดูแลนักกีฬาตลอดเส้นทาง ทบทวนเกณฑ์การให้เงินรางวัลให้มีความ "ชัดเจน เป็นธรรม และยั่งยืน" พร้อม "ปรับปรุง" สวัสดิการใหม่ ให้ครอบคลุมนักกีฬาและบุคลากร ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และการดูแลหลังเลิกเล่นให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การ "ปลดล็อกกองทุนฯ" ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อ "ปลดปล่อยศักยภาพนักกีฬาไทย" สร้างความพร้อมในการสู้ศึกซีเกมส์ ทำให้งบประมาณถึงมือสมาคมรวดเร็ว และดูแลฮีโร่ของชาติอย่างยั่งยืน
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงฯ ให้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้แทนจากหน่วยงานราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและสมพระเกียรติ ก่อนเริ่มการประชุม ที่ประชุมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวงฯ เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ประชุมวันนี้ได้รับทราบผลการปฏิบัติงานด้านประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห้วงเวลาที่ผ่านมา และได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และครอบคลุมในทุกด้าน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารที่แสดงถึงความจงรักภักดีและถวายพระเกียรติอย่างสูงสุด
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้การต้อนรับ นางสาวพัชรพิมล ยังประภากร กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ ประจำประเทศไทย และ นางสาวโอลิเวีย ยาเซ่ (Olivia Yacé) มิสยูนิเวิร์สโกตดิวัวร์ 2025 พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและโกตดิวัวร์ ผ่านเวทีการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2025 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดในปีนี้ ในโอกาสดังกล่าว นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อ มิสโอลิเวีย ยาเซ่ ที่ได้รับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สโกตดิวัวร์ 2025 และดำรงตำแหน่ง ทูตการท่องเที่ยวของประเทศโกตดิวัวร์ (Tourism Ambassador) พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้เวทีประกวดนางงามระดับนานาชาติเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันของวัฒนธรรมการต้อนรับของทั้งสองประเทศ ซึ่งไทยได้รับฉายาว่า “The Land of Smiles” ส่วนโกตดิวัวร์ได้รับฉายาว่า “The Land of Hospitality” สะท้อนถึงความเป็นมิตรของประชาชนและเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ยั่งยืน อันจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ ด้าน “โอลิเวีย ยาเซ่ ” ได้กล่าวแสดงความรู้สึกซาบซึ้งใจต่อไมตรีจิตของคนไทย และเผยว่า การได้มาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ทำให้เธอได้สัมผัสถึงความงดงามของวัฒนธรรม ความอ่อนโยนของผู้คน และสายสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้เธอถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ดีของทั้งโกตดิวัวร์และประเทศไทยบนเวทีโลก ก่อนเดินทางกลับ “โอลิเวีย ยาเซ่” ยังได้มีโอกาส แสดงความจงรักภักดีและความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ด้วยการลงนามถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็น “ช่วงเวลาที่ควรแก่การรำลึกถึงและน่าจดจำที่สุด” ในการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมกราฟ โฮเทล เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน (Calories Credit Challenge : CCC) ระยะที่ 3) โดยมี นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การประชุมในวันนี้มุ่งเน้นการระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนา “แพลตฟอร์มกลางด้านการออกกำลังกายของประเทศไทย” ให้เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาในระดับประเทศอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยแพลตฟอร์ม Calories Credit Challenge : CCC ไม่เพียงเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายผ่านระบบเครดิตสะสมเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่กลางที่เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในด้านการส่งเสริมการใช้งาน การประชาสัมพันธ์ การมอบสิทธิประโยชน์ การจัดกิจกรรม และการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายและบริการด้านสุขภาพของประเทศ นายเศกสันฐ์ กล่าวว่า การพัฒนาแพลตฟอร์ม CCC ในระยะที่ 3 นี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการส่งเสริมสุขภาพที่ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนอย่างแท้จริง โดยข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานและการบูรณาการจะช่วยสะท้อนพฤติกรรมการออกกำลังกายของคนไทย และกลายเป็น “พลังข้อมูล” ที่นำไปสู่การวางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างตรงจุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเชื่อมั่นว่า การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับแพลตฟอร์ม CCC ให้เป็นกลไกกลางของประเทศในการส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา สร้างแรงจูงใจให้คนไทยทุกกลุ่มวัยหันมาใส่ใจสุขภาพ และร่วมกันสร้าง “สังคมสุขภาพดีของคนไทยอย่างยั่งยืน” #CaloriesCreditChallenge #CCCPhase3 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #MOTS
วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณ กรุงมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในนามคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินทางเข้าเยี่ยม “ไทยเฮ้าส์” ศูนย์อำนวยการคณะนักกีฬาไทยประจำการแข่งขันกีฬาอาเซียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานและให้กำลังใจนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ภายใน “ไทยเฮ้าส์” ตั้งอยู่ ณ โรงแรม Swiss-Belhotel กรุงมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพของนักกีฬาในระหว่างการแข่งขัน โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำด้านการบำบัด การยืดกล้ามเนื้อ และโภชนาการกีฬาอย่างใกล้ชิด ซึ่งรองปลัดฯ วนิดา ได้กล่าวชื่นชมถึงความพร้อมและความทุ่มเทของทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงทีมผู้จัดการและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านให้กับนักกีฬาไทย นอกจากนี้ รองปลัดฯ ยังได้เยี่ยมและให้กำลังใจนักกีฬาในประเภท ยกน้ำหนัก มวยปล้ำ และฟุตซอล ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงแข่งขัน พร้อมกล่าวชื่นชมถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของนักกีฬาเยาวชนไทยที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมให้กับประเทศ โดยขณะนี้ ทัพนักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ คว้า 13 เหรียญทอง 12 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง อยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางเหรียญรวม รองปลัดกระทรวงฯ กล่าวในโอกาสนี้ว่า “ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาเยาวชนทุกคนที่ตั้งใจฝึกซ้อมและทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพของเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ผ่านพลังของกีฬา” การเยี่ยม “ไทยเฮ้าส์” ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความใส่ใจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการส่งเสริมการพัฒนานักกีฬาไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และสวัสดิการ เพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติต่อไป
ติดตามข่าวสารล่าสุดในหมวดหมู่ข่าวเด่นวันนี้ ผ่าน RSS Feed