กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ข่าวสารล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 เวลา 07.15 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นเจ้าภาพจัด Working Breakfast ให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สปป.ลาว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม สหพันธรัฐมาเลเซีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เวียดนาม ณ ห้อง VIP Lobby Room โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว การประชุม Working Breakfast ในวันนี้ เป็นข้อริเริ่มของฝ่ายไทยที่จะหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค (Intraregional Connectivity) ให้มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ ASEAN Drive Tourism ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย โดยยึดโยงกับแผนการดำเนินการที่ผ่านมาของไทยและของกรอบความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ทั้งนี้ รัฐมนตรีท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ ที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย ได้เห็นชอบในหลักการต่อการดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการเชื่อมโยงทางบก (Land Connectivity) ซึ่งสามารถใช้ผลประโยชน์จากการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยว ในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ กระจายรายได้ และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น และหารือเพิ่มเติมในระดับคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการจัดทำโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความแตกต่างของกฏระเบียบจราจร และโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเสนอให้มีการนำเรียนนายกรัฐมนตรีของแต่ละประเทศ เพื่อยกระดับประเด็นดังกล่าว สู่วาระการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) เพื่อให้เกิดการบูรณาการการดำเนินงานต่อไป
วันที่ 26 มกราคม 2567 เวลา 16.00 น. นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้ นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมในพิธีมอบตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2567 มีชื่อพระราชพิธีภาษาไทยว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ภาษาอังกฤษ ใช้ชื่อ “The Celebration on the Auspicious of His Majesty the King’s 6th Cycle Birthday Anniversary 28th July 2024” และชื่อการจัดงานว่า “การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” กำหนดขอบเขตการจัดงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 สำหรับตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ประกอบด้วยอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ตรงกลาง อักษร ว ใช้สีขาวนวล สีแห่งวันจันทร์วันพระบรมราชสมภพ ตามคติมหาทักษา อักษร ป ใช้สีเหลือง วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และอักษร ร ใช้สีฟ้า วันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อยู่บนรูปทรงของเพชร อันหมายถึง พระปรมาภิไธย “มหาวชิราลงกรณ” เพชรสีขาบ (น้ำเงินแก่) อันเป็นสีของขัตติยกษัตริย์ ภายนอกกรอบของเพชร ประกอบด้วยแถบสีเขียว ซึ่งเป็นสีแห่งเดชวันพระบรมราชสมภพ ประดับด้วยเพชร 72 เม็ด หมายถึง พระชนมพรรษา 72 พรรษา เบื้องบนประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ แสดงถึงทรงเป็นพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์ เบื้องหลังพระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แสดงถึงพระบรมเดชานุภาพแผ่กระจายไปไกลทั่วทุกหนแห่ง เพื่อปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ทั่วทั้งแผ่นดิน ยอดจงกลฉัตรประกอบรูปพรหมพักตร์ ดอกจำปาทองห้อยระบายชั้นล่างนพปฎลมหาเศวตฉัตร 8 ดอก หมายถึง พระบารมีแผ่ไปทั่วทั้ง 8 ทิศ เลข 10 ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ หมายถึง พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เบื้องล่างปลายแถบแพร เบื้องขวามีรูปคชสีห์กายสีม่วงชมพูประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึงข้าราชการฝ่ายทหาร เบื้องซ้ายมีรูปราชสีห์กายขาวประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึง ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ผู้ปฏิบัติราชการสนองงานแผ่นดิน เบื้องล่างประกอบด้วยลวดลายพญานาคกายสีเขียว อันแสดงถึงนักษัตรปีมะโรงอันเป็นปีพระบรมราชสมถพ แพรแถบสีส้มขลิบทองซึ่งเป็นสีแห่งมูละของวันพระบรมราชสมภพ ภายในแพรแถบมีข้อความว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ใต้อักษรพระปรมาภิไธย ประกอบด้วยตัวเลข 72 หมายถึงพระชนมพรรษา ลวดลายเฟื่องอุบะและลวดลายดอกรวงผึ้ง ดอกไม้ประจำพระองค์มีสีทอง อันหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนและประเทศชาติ
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 เวลา 18.30 - 19.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระกรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พบกับเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย - อาเซียน ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ในช่วงการประชุมท่องเที่ยวอาเซียน ปี พ.ศ. 2567 โดยการหารือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอาเซียนโดยอาเซียนได้กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาพรวม โดยเห็นว่าอาเซียนควรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่น เพื่อยกระดับศักยภาพของอาเซียนให้สูงขึ้น นอกจากนี้ นายเกา กึม ฮอน เลขาธิการอาเซียนได้เน้นย้ำการเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ในประเด็นการตรวจคนเข้าเมือง โดยเห็นว่าการเดินทางยุคใหม่ จะต้องลดขั้นตอนในพื้นที่จุดผ่านแดน โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ อาทิ facial Recognition Fingerprint และ E- ticket เป็นต้น ปัจจัยสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ได้แก่ การตรวจลงตรา และระบบความปลอดภัย โดยไทยได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่าภารกิจการดูแลนักท่องเที่ยวให้รู้สึกเชื่อมั่นในประเทศ จะต้องบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน 10 ประเทศ ร่วมแสดงเจตนารมณ์ ฟื้นฟู-ส่งเสริม การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ รับผิดชอบ และยั่งยืน เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 นางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนได้ร่วมแถลงข่าวการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ในงานดังกล่าว รัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ร่วมแถลงผลลัพธ์ของการประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 26 มกราคม 2567 โดยรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนได้แสดงเจตนารมณ์ของประเทศสมาชิกอาเซียน ที่จะฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้หัวข้อหลัก “การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบ - มุ่งสู่อนาคตอาเซียนที่ยั่งยืน (Quality and Responsible Tourism – Sustaining ASEAN Future)” โดยมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของอาเซียน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและครอบคลุม ผ่านการดำเนินกิจกรรมภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ปี พ.ศ. 2559 – 2568
รมว.ท่องเที่ยว เสนอการท่องเที่ยวครอบคลุม-ยั่งยืน ในเวทีอาเซียนบวกสาม 26 มกราคม 2567 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในที่ประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวบวกสาม ครั้งที่ 23 ว่าในมุมมองของไทย การพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวบวกสาม จะมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว และการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศบวกสาม พร้อมกับเสนอให้มีการหารือเพื่อแลกเปลี่ยน ทัศนะ มุมมอง และข้อมูลแนวโน้มด้านการท่องเที่ยว เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในมิติใหม่ และน่าสนใจ เพื่อส่งเสริมแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมและยั่งยืน ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวที่ประชุมรับทราบว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แผนงานด้านการท่องเที่ยวอาเซียนบวกสาม ปี พ.ศ. 2564 – 2568 ในหลายกิจกรรม รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีประเทศไทยเป็นผู้ประสานงานหลัก นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามควรดำเนินการร่วมกัน โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเรือสำราญ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ควบคู่ไปกับการจัดทำคู่มือและแพลตฟอร์มออนไลน์ 3 ภาษา เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว..
รมว.ท่องเที่ยว ผนึกความร่วมมือ UN Tourism พัฒนาทักษะบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (25 ม.ค.67) รัฐมนตรีว่าการกระกรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พบกับผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโลก (UN Tourism) เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการและกิจกรรมความร่วมมือที่เป็นไปได้ระหว่าง UN Tourism ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ในช่วงการประชุมท่องเที่ยวอาเซียน ปี พ.ศ. 2567 โดยการหารือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและ UN Tourism โดย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้ UN Tourism สนับสนุนองค์ความรู้ในการพัฒนาบุคลากรไทยในการใช้ Digital Tourism เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนการสนับสนุนนโยบายผ่านอัตลักษณ์ "Soft Power" โดย คุณแฮรรี่ ฮวาง ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโลก (UN Tourism) เสนอให้ไทยจัดการฝึกอบรม Executive Trainning Programme เพื่อพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากรด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากไทยมีศักยภาพในดำเนินงานในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ UN Tourism ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเข้าร่วมงานการประชุมระดับนานาชาติว่าด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Industry Conference) ซึ่งจะระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤษภาคม ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีอีกด้วย
ไทย-มาเล ต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวสู่การยกระดับ Two - way tourism รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมรัฐมนตรีฯ มาเลเซีย เพื่อติดตามผลการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย และหารือในประเด็นการจัดตั้งคณะทำงาน (Task force) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-มาเลเซีย โดยไทยมุ่งเน้นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวสองทาง (Two-way tourism) โดยให้พิจารณาเรื่องการอำนวยความสะดวกของนักท่องเที่ยว ให้เดินทางข้ามพรมแดนได้สะดวกขึ้น ในขณะที่ นายเทียง คิง สิง รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมมาเลเซีย ได้กล่าวถึงประเด็นการจัดตั้งคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการพบกันของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ โดยมาเลเซียเสนอให้มีคณะทำงานสองระดับคือ ระดับคณะทำงาน และระดับรัฐมนตรี โดยเห็นว่าเป็นแนวทางที่จะทำให้ทั้งประเทศทำงานร่วมกันสะดวกขึ้น ซึ่งในการหารือดังกล่าวทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญการท่องเที่ยวโดยพาหนะข้ามแดน ประเทศไทยเห็นถึงอุปสรรคในเรื่องกฎระเบียบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งเสริมการขับรถด้วยตนเอง และการโดยสารโดยรถบัส ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้านการอำนวยความสะดวก ซึ่งมาเลเซียยินดีที่จะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม และมหาดไทยของมาเลเซีย เพื่อลดปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อนักท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่า หากมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวกันอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว ซึ่งนำมาซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ชายแดนของไทยและมาเลเซียต่อไป
รมว.กก. เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองรัฐมนตรีท่องเที่ยวของสื่อระดับโลก "CNN" เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 เวลา 12.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าร่วมงานเลื้ยงรับรองรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน จัดโดยสำนักข่าว CNN (CNN Ministeral Lunchoen) โดยมีคุณอนิตา และ คุณคริสนา ลู สเกาต์ ผู้สื่อข่าว CNN เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องอาหารDiamond โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ในช่วงการประชุมท่องเที่ยวอาเซียน ปี พ.ศ.2567 โดยงานเลี้ยงดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสในรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวได้พบปะ พูดคุย กับสื่อมวลชนในช่วงการรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างงานเลี้ยงรับรอง CNN ยังได้นำเสนอบทบาทของสำนักข่าว CNN ในการเป็นสื่อที่นำเสนอข่าวในหลากหลายมิติ อาทิ ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศ และข่าวกีฬา เป็นต้น รวมถึงการนำเสนอสกู๊ปข่าว และสารคดีสั้นด้านการท่องเที่ยวของประเทศอาเซียน
เปิดฉากการประชุม รมต. ท่องเที่ยวอาเซียน สุดาวรรณชูนโยบายท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ในการประชุมฯ รัฐมนตรีทั้ง 10 ชาติสมาชิกอาเซียนได้แสดงจุดยืนร่วมกันที่จะให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค และของโลก ผ่านการสนับสนุนการดำเนินโครงการ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ปี พ.ศ. 2559 - 2568 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้แสดงความตั้งใจที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียน และคู่ภาคีภายนอก ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และได้นำเสนอนโยบายขับเคลื่อนการท่องเที่ยว 5 ประการ ประกอบด้วย การปลูกฝังจิตสำนึกความยั่งยืนในภาคการท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การส่งเสริมความปลอดภัยและมาตรฐานในการให้บริการท่องเที่ยว การยกระดับอัตลักษณ์ของไทยและอาเซียน และการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค ที่ผ่านมา ไทย ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งกรอบความร่วมมืออาเซียน มีบทบาทหลักในการส่งเสริมการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยไทยได้รับเป็นผู้ประสานงานหลักในกิจกรรม “Promote development of road connectivity along major tourism corridors” เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางบก ในระเบียงเศรษฐกิจอาเซียน และไทยได้ดําเนินโครงการ Self - Drive Tourism ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ประเทศต่างๆ ในประชาคมอาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางเดียวของการท่องเที่ยว (Single Destination) ที่นักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ยังท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน อันเป็นความปรารถนาในการกระจายความมั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้อย่างทั่วถึง ดังนั้น ในปีนี้ ไทยได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับ 5 ชาติสมาชิกอาเซียน ได้แก่ สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย ในการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวนำร่องที่มีอยู่ระหว่างกัน ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีกำหนดที่จะจัดการประชุม Working Breakfast ร่วมกับรัฐมนตรีท่องเที่ยวจาก สปป. ลาว มาเลเซีย และเวียดนาม ในวันที่ 26 มกราคม 2567 ในช่วงการประชุมด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ปี พ.ศ. 2567
วันที่ 25 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้ นายกิตติ เชาวน์ดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิด งานมหกรรมการท่องเที่ยว “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” TITF ครั้งที่ 29 โดยมี เอกอัครราชทูต ผู้แทนสถานทูต นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายกิตติกล่าวว่า”คณะผู้จัดงานได้จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวดังกล่าว มาแล้วถึง 29 ครั้ง นั่นย่อมหมายความว่า การจัดงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเข้มแข็งและเหนียวแน่น โดยมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจ เกิดการเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้เกิดการค้า การลงทุน อันนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยรวม การจัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” อาจกล่าวได้ว่า เป็นการจัดงานท่องเที่ยวที่สำคัญงานหนึ่งของอาเซียน เนื่องจากมีผู้ประกอบการในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวทุกสาขา ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น โรงแรม, รีสอร์ท, เรือสำราญ และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง ที่มีองค์กรภาคธุรกิจท่องเที่ยวของรัฐบาลจากหลายประเทศ และสถานทูตต่าง ๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก”
การประชุมคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินสำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยครั้งที่ 1/2567 วันที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 13.00 น. นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินสำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายอุดม มัตสยะวนิชกูล ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ทวิภาคี ไทย-กัมพูชา ชื่นมื่น รมต. ท่องเที่ยว 2 ประเทศจับมือส่งเสริมท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางบก (วานนี้ 24 ม.ค.67 เวลา 17.00 น.) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย ได้พบกับ นายสก โสเกน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา เพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว ทั้งในระดับทวิภาคี ผ่านกลไกคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว ภายใต้ Mou ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ไทย-กัมพูชา และในระดับพหุภาคี อาทิ โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) โดยกัมพูชายินดีที่จะสนับสนุนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับไทยในทุกระดับ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นและมุมมองเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางเดียวกัน (One Destination) โดยเห็นชอบร่วมกันในการส่งเสริมการเดินทางข้ามแดนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางทางบก ผ่านการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ทั้งนี้ กัมพูชาเสนอให้เริ่มต้นเจรจาในระดับทวิภาคีก่อน เนื่องจากมีมาตรการหลายอย่างที่จะต้องพิจารณาร่วมกัน สำหรับการส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแจ้งว่า ปัจจุบัน ฝ่ายไทยประสงค์ที่จะผลักดันโครงการ “Drive Tourism” ร่วมกับกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมา ไทยได้ศึกษาเส้นทางเชื่อมโยงหลายเส้น โดยกัมพูชาสนับสนุนเนื่องจากจะช่วยเพิ่มการเดินทางท่องเที่ยว จากทั้งภายใน (Intraregional) และภายนอกภูมิภาค (Interregional) สอดคล้องกับความเห็นของเลขาธิการอาเซียนที่เห็นควรเสนอให้ยกระดับการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ให้เชื่อมโยงกันได้เหมือนภูมิภาคยุโรป และพิจารณานำภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการการดำเนินการร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ กัมพูชามีการเสนอให้ไทยพิจารณาชูประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงดังกล่าว เข้าไปบรรจุในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน หลังปี พ.ศ. 2568 อีกด้วย